เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ดวงพยากรณ์วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555


_
พยากรณ์วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 แรม 13 ค่ำ เดือน 4 
วันนี้ จันทร์เสวยเทวีฤกษ์ตั้งแต่เวลา 07.06 น.เป็นต้นไป เป็นฤกษ์เหมาะแก่การทำกิจการเกี่ยวกับสตรี ผู้หญิงเป็นใหญ่ มีบทบาทสูงในการตัดสินใจ และเป็นวันที่ค่ำๆไปแล้วระวังเรื่องอุบัติเหตุ ระวังของมีคมไว้ด้วย และเป็นวันที่ทิศตะวันออกเป็นกาลกิณี ติดต่อด้านนั้นระวังไว้ด้วย ผู้ใหญ่ช่วยเหลือดีทางตะวันออกเฉียงเหนือ หาเงินหาทรัพย์ได้มากทางจะวันตกเฉียงเหนือ คนเกิดวันพุธกลางวันห้ามจัดงานมงคลวันนี้ เพราะวันอังคารเป็นวันกาลกิณีของคนเกิดวันพุธกลางวัน 

เกิดวันอาทิตย์ 
  
ได้ ตัดสินใจอย่างมั่นคงเฉียบขาด และจะจัดการปัญหาได้ หยิบจับสิ่งใดพร้อมจะประสบความสำเร็จ มีคนชื่นชมเข้ามาหนิดหนมและนำโชคมาให้ ปวดหัวกับความวุ่นวายของเขาหน่อยแต่จะแบ่งเบาความยุ่งเหยิงของคุณได้ หลายอย่าง สำคัญที่ตัวคุณต้องระงับโทสะ สงบจิตใจไว้บ้าง   ความรักถ้ามีการเดินทางไปไหนด้วยกัน หรือไปพบใครระหว่างเดินทางจะหวานชื่นมาก 

เกิดวันจันทร์    
  
เรื่อง สุขภาพหากป่วยไข้มาหลายวัน จะค่อยยังชั่วขึ้น ปัญหาที่เจอจะแก้ได้ ผู้ใหญ่ช่วยเหลือให้ความหนักอกลุล่วงผ่อนคลาย  แรเงินถือว่าคล่องมือดี ติดต่อเรื่องเงินนั้นพยายามใช้ความซื่อตรงนำหน้าผู้ใหญ่จะช่วย ส่วนความรักมีโชคเพราะผู้ใหญ่สนับสนุน ระวังแต่เรื่องลูกน้องลูกหลานจัดการงานนอกสั่ง ไปเบ่งไปบ้า จะทำความหนักอกมาให้ 

เกิดวันอังคาร 
  
วันนี้ จะขยับทำสิ่งใดระวังให้มากหน่อย อาจจะเจอเรื่องไม่ลงตัว ไม่ได้ดังใจแต่เช้า ทุกอย่างสะดุดกึกกักอย่าหงุดหงิด การประสานงานต้องใจเย็นมากๆ ไม่งั้นจะต้องตามแก้ปัญหาที่ติดตามมาอีกเยอะ การเงินผู้ใหญ่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้เรื่องเบาลง ส่วนความรักอยู่กันสองคนน่ะดีแล้ว ริพาไปเจอคนรอบตัว หรือพาไปช่วยเลี้ยงหลาน เจอน้องๆ เจอเด็กๆ จะมีแต่เรื่องให้น้อยใจ 

เกิดวันพุธกลางวัน 
  
วันนี้ อย่าไปจิกกัดอะไรใครจะถูกสวนกลับมาหนักๆให้เสียหน้า ระวังคำพูดการลงนามในเอกสาร ข้อสัญญาต่างๆต้องรอบคอบไม่งั้นจะเป็นเหตุให้ถูกดูหมิ่นได้ การเงินจะได้ใช้เพื่อสุขภาพเพื่อบำรุงร่างแต่จะขี้เกียจ เซ็งง่ายกว่าปกติ พยายามควบคุมใจดีๆ  คนรักจะแข็งแกร่งไม่หวั่นไหว และช่วยให้คุณแก้ปัญหาไปได้ 

เกิดวันพุธกลางคืน 
  
การ เงินคล่องมือมากขึ้น จะได้เครื่องทุ่นแรง คนช่วยงาน หรือไอเดียที่ทำให้งานน้อยลงเหนื่อยน้อยลง แต่จะมีเรื่องปวดหัวแถมมาด้วย ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกน่ะ ระวังสัมพันธภาพกับหัวหน้าหรือผู้ใหญ่ไว้ด้วย คนรักจะระแวงคุณมากกว่าปกติ และเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการศึกษาต่อ การทัศนศึกษา ประชุมสัมมนาในที่ห่างไกล บางรายต้องไปไกลถึงต่างประเทศ 

เกิดวันพฤหัสบดี                
  
เป็น วันดีที่จะกระตือรือร้นขยันขันแข็งสุดๆ ทุกปัญหาจะฝ่าฟันไปได้ด้วยความวิริยะอุตสาหะของคุณ หากต้องการจัดการปัญหาเก่า เคลียร์เรื่องติดขัดจะจัดการให้ก้าวหน้าได้ ระวังเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ หัวหน้า ผู้มีอำนาจจะคุยกันหาข้อสรุปลำบาก ขอให้โอนอ่อนผ่อนตามอย่าไปกร้าวกระด้างจะผ่านปัญหาได้ ความรักคู่ครองช่วยเหลือดี ได้เป็นหุ้นส่วนกันหลายด้าน 

เกิดวันศุกร์ 
  
ดี ในเรื่องสุขภาพ และการดูแลร่างกาย เรื่องป่วยไข้จะเบาลง เรื่องการเงินนั้นยังเข้าออกคล่องมือดี มีโชคทางการเงินจากงานใช้ความรู้ งานวิชาการต่างๆ แต่ไม่ใช่การเสี่ยงโชค หลวมตัวไปเล่นจะเสียเงินฟรี มีเกณฑ์ขุ่นใจในการขัดแย้งกับผู้ร่วมงานที่ฉ้อฉล กวนป่วน วีน ขอช่วยระงับอารมณ์ดีๆ เพราะจะเบรคแตกระเบิดอารมณ์ออกมาได้ง่ายมาก แต่จะได้สุขสบายใจมากขึ้นในเรื่องความรัก ส่วนคนที่กำลังสร้างสัมพันธ์ใหม่ๆ ก็มีความก้าวหน้าเป็นอย่างดี 

เกิดวันเสาร์ 
  
การ ประสานงานทางการเงินก้าวหน้า ผู้ใหญ่สนับสนุน เรื่องที่เข้าหาผู้ใหญ่สำเร็จ แต่ถ้ารอข่าวทางไกล ข่าวจากต่างประเทศจะยังช้าอยู่ ติดขัดไม่เป็นดังมุ่งหมาย และจะได้ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และจะต้องห้ำหั่นฟาดฟันบางเรื่องจึงจะผ่านไปได้ ความรักมาพร้อมโชคทางการเงิน และบูกน้องลูกหลานจะช่วยให้รักปลอดโปร่งหาเงินปลอดโปร่ง 
ดวงพยากรณ์วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ส้มตำปูนิ่มทอด เมนูนี้ เห็นแล้วเปรี้ยวปาก ซู๊ดดด..

_
ส้มตำปูนิ่มทอด 



ส่วนผสม (สำหรับ 2ที่) 
เตรียม 30 นาที ปรุง 20 นาที
  • ปูนิ่ม 1 ตัว
  • พริกจินดาสีแดงและเขียวคละกันให้ได้ 7 เม็ด
  • กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ
  • มะเขือเทศสีดา หรือมะเขือส้ม 4 ผล
  • น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • มะละกอสับเป็นเส้น 1 ถ้วย
  • แอ๊ปเปิ้ลเขียวหั่นเป็นเส้น ¼ ถ้วย
  • องุ่นสีแดงและสีเขียวผ่าครึ่งผล ชนิดละ ¼ ถ้วย
  • กุ้งแห้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาร้าปรุง ¼ ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด
  • ผักสลัดเคียงจานตามชอบ เช่น ผักสลัด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
วิธีทำ     ล้างปูนิ่มให้สะอาด ซับให้แห้งก่อนทอดในน้ำมันจนสุกกรอบ ตักขึ้นพักไว้ ตำพริกกับกระเทียมรวมกัน ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผ่ามะเขือเทศใส่ลงไป เคล้าในครกให้เข้ากัน ใส่เส้นมะละกอ และผลไม้ต่าง ๆ กุ้งแห้ง ลงไป เติมน้ำปลาร้า และบีบน้ำมะนาว ใส่ปูนิ่มทอด เคล้าส่วนผสมในครกให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยถั่วลิสง เสิร์ฟพร้อมผักสด 

Tip
  • มะละกอที่ใช้ตำส้มตำได้อร่อยคือ มะละกอพันธุ์ ดำเนิน มีลักษณะผลยาว รี เนื้อแน่น เมื่อนำมาสับและปรุงเป็นส้มตำจะคงความกรอบไว้ได้นาน
  • นำเส้นมะละกอสับที่ได้ วางทับลงบนน้ำแข็งสักพักก่อนนำไปตำจะทำให้เส้นมะละกอกรอบอร่อยขึ้น

ส้มตำปูนิ่มทอด เมนูนี้ เห็นแล้วเปรี้ยวปาก ซู๊ดดด..
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ไขปริศนาทำไม“ตุ๊กแกห้อยหัว”?!

_

ไขปริศนาทำไม“ตุ๊กแกห้อยหัว”?!

ภาพ “ตุ๊กแก” โชว์ท่าแปลก ห้อยหัว สองขาหลังเกาะหนึบ สองขาหน้าประกบกันคล้ายการพนมมือไหว้ ณ บ้านหลังหนึ่ง จากนั้น ไม่นาน ก็มีข่าวพบเจ้าสี่ขาเหนียวหนึบชนิดนี้อีกตัว ในบ้านอีกหลังหนึ่ง ปรากฏท่าแปลกคล้ายตัวแรก เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ

ลักษณะดังกล่าว แท้จริงแล้วเป็นท่าธรรมดาที่มนุษย์อาจไม่ค่อยเห็นบ่อย หรือ เกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างไร ?!!

จาก กรณีข้างต้น นายธัญญา จั่นอาจ ผู้อำนวยการกองพิพิธภัณฑ์อ้างอิง และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวถึง ลักษณะสำคัญของตุ๊กแก ว่า เมื่อพลิกหงายท้องดูใต้เท้าตุ๊กแก จะเห็น “แผ่นยึดเกาะ” ที่นิ้วแต่ละนิ้ว ซึ่งแต่ละแผ่นประกอบด้วยขนเล็ก ๆ ขนาดระดับนาโนเมตร แผ่นหนึ่งมีขนราว 5 แสนเส้น ทั้งนี้ ขนแต่ละเส้นก็ยังมีส่วนแตกปลายออกเป็นเส้นย่อยอีก โดยส่วนปลายของเส้นขนที่แตกออกมา จะมีโครงสร้างเป็นรูป “ถ้วยดูด” พบได้ในสัตว์จำพวกแมลงปีกแข็ง แมลงวัน และแมงมุม เช่นกัน จำนวนของถ้วยดูดนี้ขึ้นอยู่กับขนาดตัวสัตว์ เช่น หากเป็นแมลงจะมีน้อย แต่มีมากที่สุดในกลุ่มของตุ๊กแก

ตุ๊กแกมีตาโต รูม่านตาเป็นรูปวงรี เมื่อขยายตัวจะกว้างกว่าปกติให้แสงผ่านไปยังจอม่านตา จึงหากินเวลากลางคืน หรือ มองเห็นในสภาพมีแสงเลือนรางได้ แต่ในขณะที่แสงสว่างจ้า ตุ๊กแกจะหรี่ตา ทำให้เห็นรูม่านตาคล้ายตาแมว ลักษณะเป็นเส้นซิกแซก สำหรับสีสัน จะมีลวดลายเฉพาะตัว ซึ่งความสดใส ความชัดเจน รวมถึงความซีดจาง สามารถปรับจากการเคลื่อนไหวเม็ดสีที่ผิวหนัง โดยเกี่ยวข้องกับอารมณ์ และสิ่งแวดล้อมด้วย

ทั้งนี้ ลักษณะทั่วไปของสัตว์เลื้อยคลานในเรื่องสีสันนั้น อาจบ่งบอกถึงอารมณ์ เช่น ในช่วงที่มีการผสมพันธุ์ สัตว์จะพยายามเปล่งประกายตัวเองให้สดใสที่สุด หรือ เมื่อแสดงตัวเป็นเจ้าของอาณาเขตในถิ่นอาศัย หรือ ดึงดูด แสดงตัวต่อเพศตรงข้าม แต่ในกรณีตุ๊กแก เนื่องจากหากินเวลากลางคืน ดังนั้น สีสันอาจไม่ใช่ประเด็น แต่ที่น่าสนใจคือ เสียงร้อง โดยตัวผู้จะร้องเสียงดัง เพื่อประกาศเขตแดน ซึ่งจะไม่รุกล้ำกันและกัน ดังนั้น ในบ้านหลังหนึ่งอาจมีตัวเมียหลายตัว แต่จะมีตัวผู้ซึ่งโตที่สุดเพียงตัวเดียว

ตุ๊กแก ตามป่าบางส่วนเข้ามาอยู่ในบ้านเรือนมนุษย์นานแล้ว เนื่องจากมีแสงไฟดึงดูดแมลง ตุ๊กแกจึงมีอาหาร โดยเฉพาะเรือนไทยที่มีเพดานใต้หลังคาสูง จึงเป็นแหล่งอาศัยได้ดี มีช่อง และหลืบให้วางไข่ โดยทั่วไปหากมนุษย์เข้าใกล้ ตุ๊กแกมักวิ่งหนี แต่หากเข้าไปจับอาจถูกกัดจนเลือดออก เนื่องจากมีฟันแหลมคม แต่ไม่นำเชื้อโรค ดังนั้น ปัญหาของตุ๊กแกบ้าน จะเป็นลักษณะสร้างความรำคาญจากเสียง และมูล ขณะ เดียวกัน ในระบบนิเวศ ตุ๊กแกเป็นผู้บริโภคลำดับที่สอง (Secondary Consumer) โดยกินแมลง เพราะฉะนั้น ประโยชน์ที่เห็น คือ การกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งทำให้เกิดสมดุลของธรรมชาติ

สำหรับกรณีข่าว “ตุ๊กแก” โชว์ท่าแปลก ห้อยหัว สองขาหลังเกาะหนึบ สองขาหน้าประกบกันคล้ายการพนมมือไหว้ ณ บ้านหลังหนึ่งนั้น นายธัญญา มองว่า เป็นความผิดพลาดในการเคลื่อนที่ของตุ๊กแก หรือ การเดินพลาด จากลักษณะที่ตุ๊กแกเดิน 4 ขา หากเป็นแนวดิ่งมักไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อเกาะเพดาน เวลาก้าว หากขาแรกเท้าหน้าหลุด น้ำหนัก และแรงโน้มถ่วงจะดึงให้ตัวตุ๊กแกห้อยลงมาได้ ดังนั้น จึงไม่ค่อยเห็นตุ๊กแกเดินตามเพดานมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเดินในแนวดิ่ง

“ภาพที่เห็นน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนอิริยาบถแล้วขาหลุดลงไป แต่ขาหลังยังคงติดอยู่ เนื่องจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า ขา ตุ๊กแกทั้ง 4 ซึ่งยึดติดกับเพดานนั้น จะรับน้ำหนักได้ถึง 133 กิโลกรัม เมื่อขาหลุดลงมาการที่จะกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมตุ๊กแกต้องใช้เวลาเกร็งกล้าม เนื้อขึ้นไป หรือ ไม่เช่นนั้นก็ปล่อยตัวให้ร่วงลงมาก่อน ซึ่งจิ้งจกหลายชนิดทำแบบนี้ (เนื่องจากบางตัวจะมีแผ่นหนังข้างลำตัวเหมือนปีก เมื่อร่วงลงมาจะร่อนไปอีกระยะหนึ่งแล้วเกาะใหม่ได้) ดังนั้น จึงพบตุ๊กแกร่วงจากเพดานบ่อยครั้ง”

การอธิบายของผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลื้อยคลาน พอสรุปได้ว่า เหตุที่ตุ๊กแกห้อยหัวเหมือนเล่นกายกรรมบนคานเพดาน เป็นเรื่องธรรมชาติของตุ๊กแกที่คลานพลาด!!. 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 


ไขปริศนาทำไม“ตุ๊กแกห้อยหัว”?!
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

12 ราศีกับอารมณ์ในตัวคุณ ได้รู้จักตัวตนของคนข้างกายคุณมากขึ้นด้วย


_

ลองสังเกตุตัวคุณ หรือคนข้างๆกายของคุณดูกัน ว่าเค้าเกิดในราศีใด แล้วนิสัยใจคอจะเป็นอย่างไร คุณจะได้รู้จักตัวตนของคนข้างกายคุณมากขึ้นด้วย 
 ราศีมังกร เป็นคนธาตุดินกลาง เปรียบได้กับ ดินในถ้ำหิน จึงทำให้ชาวราศีนี้ไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรออกมามากนัก เพราะคุณจะไม่สามารถดูออกได้เลยว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน และถึงแม้เขาจะโมโหปานใดก็ตาม เขาจะไม่ระบายออกกับใครทั้งสิ้นอย่างมากก็บ่นนิดๆหน่อยๆ แล้วก็จะเก็บไว้เองคนเดียว 

 ราศีกุมภ์ เป็นคนธาตุลมเล็ก เปรียบได้กับ ลมที่พัดธรรมดา จึงทำให้ชาวราศีนี้อารมณ์ไม่ค่อยแปรปรวนเท่าไร จึงไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับอารมณ์ของชาวราศีนี้ แต่ถ้าเขาโมโหเมื่อไร เขาจะไม่พูดกับคุณเลย และทำหน้าบึ้งใส่คุณอีกต่างหาก 

 ราศีมีน เป็นคนธาตุน้ำใหญ่ เปรียบได้กับคลื่นน้ำในมหาสมุทร จึงทำให้ชาวราศีนี้ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก เหมือนราศีมังกร แต่รุนแรงกว่า ซึ่งถ้าจะระบาย ชาวราศีนี้จะระบายเพียงแค่คนรู้จักเท่านั้น แต่เขาจะไม่โกรธแค้นหรือเกลียดคุณแม้ว่าคุณจะทำให้เขาโมโหขนาดไหนก็ตาม 

 ราศีเมษ เป็นคนธาตุไฟใหญ่ หรือไฟต้นธาตุ เปรียบได้กับไฟของดวงอาทิตที่ร้อนแรง จึงทำให้เขาเป็นคนที่ใจร้อน (โคตร) ซึ่งถ้าเขาโมโหเมื่อไร เป็นได้พังกันไปข้าง 

 ราศีพฤษภ เป็นคนธาตุดินใหญ่ เปรียบได้กับ ดินของภูเขา จึงทำให้ชาวราศีนี้เป็นคนที่อารมณ์นิ่งมาก ไม่หวั่นไหวง่าย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอารมณ์เท่าไรนักกับชาวราศีนี้ 

 ราศีเมถุน เป็นคนธาตุลมกลาง เปรียบได้กับ ลมมรสุม จึงทำให้ชาวราศีนี้เป็นคน2อารมณ์ และแปรปรวนค่อนข้างง่าย ซึ่งถ้าชาวราศีนี้กำลังอารมณ์ไม่หรือ อยู่ในช่วงอารมณ์แปรปรวน กรุณาอย่าเข้าใกล้ เพราะเขาจะพาลคุณไปด้วย เหมือนลมมรสุม ที่พัดพาสิ่งของให้ปลิวว่อนแล้ว และบังเกิดฝนตามมา 

 ราศีกรกฏ เป็นคนธาตุน้ำเล็กเปรียบ ได้กับ น้ำที่อยู่ในบึงทะเลสาบ จึงทำให้ชาวราศีนี้เป็นคนมีอารมณ์ที่บอกได้ชัดเลยว่า จะมาแนวไหน เช่นถ้าเขาโมโห คุณจะสามารถรู้ได้ทันทีว่า เขากำลังโมโหอยู่ จึงไม่ค่อยเป็นปัญหากับคนรอบข้างเท่าไรนัก เพราะคนรอบข้างจะปล่อยให้เขาหายโมโหก่อน แล้วค่อยเข้าไปคุยด้วยได้ 

 ราศีสิงห์ เป็นคนธาตุไฟกลางเปรียบ ได้กับไฟในกองเพลิง จึงทำให้ชาวราศีนี้ เป็นคนใจร้อนปานกลางถึงขั้นมาก แต่ไม่ถึงกับโมโหรุนแรงมากเท่ากับราศีเมษ แต่อย่าไปพยายามเติมอารมณ์ของเขาให้โมโหมากขึ้นกว่าล่ะ เพราะเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟเข้าไป อาจทำให้ลุกลามใหญ่โตได้ 

 ราศีกันย์ เป็นคนธาตุดินเล็กเปรียบ ได้กับ ดินธรณีธรรมดา จึงทำให้ชาวราศีนี้อารมณ์คงที่ แต่ไม่มากนัก แต่อย่าทำให้เธอโกรธละกัน เพราะเธอจะไม่แยแสคุณว่าคุณจะง้อด้วยวิธีไหนจนกว่าเธอจะคลายความโกรธลงไปได้ 

 ราศีตุลย์ เป็นคนธาตุลมใหญ่เปรียบ ได้กับลมพายุ จึงทำให้ชาวราศีนี้เป็นคนที่ แปรปรวนที่สุด ในบรรดา12จักรราศีทั้งหมด เพราะเมื่อใดก็ตามที่ เขาโมโห เขาจะเดินหายไปจากคุณเลยในวันนั้น แต่วันต่อมาเขาจะกลับมาดีกับคุณเหมือนว่าไม่เคยโกรธกันมาก่อนเลยในชาตินี้ 

 ราศีพิจิก เป็นคนธาตุน้ำกลาง เปรีย บได้กับน้ำจากลำธารหรือน้ำตก จึงทำให้ชาวราศีนี้อารมณ์รุนแรงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ประสบอยู่ในตอนนั้น เช่นถ้าคุณทำผิดเล็กๆน้อย ก็อาจจะโกรธไม่มาก แต่ถ้าผิดอย่างใหญ่หลวง ก็ดูฤทธิ์เดชของชาวราศีนี้เอาเองละกัน เพราะราศีนี้อะไรอยู่ใกล้มือไม่ได้ เป็นขว้างใส่หมด ขึ้นชื่อมากในเรื่องกรทำลายเมื่อเธออยู่ในอารมณ์ที่บ้าคลั่ง 

 ราศีธนู เป็นคนธาตุไฟเล็ก เปรียบได้กับ ไฟจากคบเพลิง จึงทำให้ชาวราศีนี้ อารมณ์ไม่ค่อยรุนแรงเท่าใดนัก แต่เมื่อเขาโมโห อารมณ์เขาก็ออกน่ากลัวหน่อยนึง ไม่ถึงกับขนาดฆ่ากันตาย แต่เขาอาจจะไประบายออกกับ สิ่งอื่นๆมากกว่า เช่นการต่อยกระสอบทรายอะไรพวกนี้แทน 

12 ราศีกับอารมณ์ในตัวคุณ ได้รู้จักตัวตนของคนข้างกายคุณมากขึ้นด้วย
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน ( อ้าว จริงหรอ )



โดยศจ.เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ราชบัณฑิต

ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน 

ความจริงแล้ว ปลาทั้งหลายไม่มีหู ปลามีแต่ครีบ เอาไว้ว่ายน้ำ ฉลามก็คือปลาชนิดหนึ่ง ที่มีความว่องไวปราดเปรียว มีเขี้ยวที่แหลมคม มีอันตรายแก่นักว่ายน้ำในทะเลและมหาสมุทร จะถูกทำร้าย เนื้อฉีกได้ง่ายๆ

แต่ปลาฉลามก็คือปลา ย่อมแพ้คน คนเราไปเอาครีบโตๆ มาตากแห้ง และนำไปปรุงอาหารที่เขาว่ากันว่าแสนจะโอชะหลายอย่าง เช่น ซุบหูฉลาม หูฉลามผัดแห้ง เป็นที่พึงปรารถนาของ บรรดาเศรษฐี หรือ บุคคลผู้มีรสนิยมสูง ที่พวกเราหลายคนนิยมเรียกว่าพวก “ไฮโซ”
ตัวผมเองเป็นประเภทรายได้ต่ำ แต่บางทีนานๆทีก็มีเจ้ามือพาไปเลี้ยงที่เหลาบ้าง ลำพังตัวเองขึ้นเหลาไม่ไหว ต้องเดินตามไฮโซไปบ้าง จำได้ว่ามีอยู่ครั้ง สองครั้ง ได้ไปรับประทานซุบหูฉลามที่อร่อยที่ภัตตาคารไหหว่าเทียนที่หาดใหญ่ ทราบว่าตอนนี้รวยมากไปเลยหยุดกิจการไปแล้ว คงทำให้ฉลามหายเสียวครีบไปได้หน่อย

เห็นภาพในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ ๙ มีนาคมที่เพิ่งผ่านมา 
เขาเอาภาพครีบฉลามกำลังตากให้แห้ง ตากอยู่กับพื้นบนลานข้างถนนในฮ่องกงนับพันๆครีบทีเดียว น่าหดหู่ อีกไม่ช้า เราคงจะเล่าเรื่องหูฉลามให้เด็ก ๆ ฟังโดยให้เด็กดูจากรูปเท่านั้นเอง ตัวจริงที่แสดงในอะควาเรียมอาจไม่มีเหลือ

วันนี้ ผมจะเอาเรื่องที่ผมเพิ่งจะไปพบรายงานการวิจัยที่เผยแพร่ออกมาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ 
เกี่ยวข้องกับอันตรายในการกินหูฉลาม มาเล่าให้ฟังกัน เป็นการเตือนสติเอาไว้ แต่ใครไคร่บริโภคตามใจปาก ผมก็คงไปขัดคอขัดลิ้นของท่าน ก็อ่านดูเอาไว้ประดับความรู้ทั่วไปบ้างก็แล้วกัน

อวัยวะที่เราเอามาบริโภคกันนั้น เป็นครีบของฉลาม คนไทยเราเรียกเพี้ยนไปเป็นหูฉลาม ฝรั่งเรียกว่า Shark fin ฟินแปลว่าครีบ ซึ่งถูกต้อง แต่ความนิยมคือความนิยม ไปเปลี่ยนกันยาก
_
อันที่จริง บทรายงานที่ผมจะนำมาเล่านี้ อาจจะช่วยเปลี่ยนใจหลายท่านให้บริโภคหูฉลามลดลง 
เป็นการช่วยชีวิตปลาฉลาม ให้ถูกล่าน้อยลง ที่ผมได้ยินได้ฟังมา เขาเล่ากันว่า เมื่อชาวประมง ล่าฉลามมาได้แล้ว จัดการตัดเอาครีบออกทั้งสองข้าง แล้วโยนกลับลงทะเล ไม่ใยดีว่าจะไปตายหรือไปรอด ซึ่งจริงๆแล้วก็ไปไม่รอด เพราะชาวประมงไม่ต้องการเนื้อฉลาม ซึ่งไม่อร่อยและเหม็นคาวจัดมาก

ผมจำกลิ่นคาวได้เพราะตอนเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๑ เรียนวิชาชีววิทยาภาคปฏิบัติ หรือเรียนแล็บ ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องเรียนวิชาชำแหละกบ ชำแหละฉลาม จำได้ว่ามีกลิ่นคาวมากแทบจะเลิกกินปลาทีเดียว 

เรากลับเข้าเรื่อง มาหาบทรายงานการวิจัยต่อไปดีกว่า 
ผมได้อ่านพบข่าวในวารสารชื่อ AsianScientist ฉบับวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ รายงานโดยคุณ รีเบ็คคา ลิม ข่าวนี้อ้างอิงถึงรายงานวิจัยดั้งเดิมซึ่งตีพิมพ์รายงานไว้ในวารสาร Marine Drugs* ฉบับต้นตออีกทีหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า Cyanobacterial Neurotoxin β-N-Methylamino-L-alanine (BMAA) in Shark Fins โดยผู้เขียนบทรายงานชื่อ มอนโดและคณะ (Mondo K et al) จะสรุปให้อ่านกันดังนี้

“นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐอเมริกา วิจัยพบว่าในหูฉลาม มีสารพิษ ที่ก่อพิษร้ายแรงต่อระบบประสาทของมนุษย์ได้ โดยจะไปทำให้มีการเสื่อมของเซลล์ประสาท ทำให้เกิดโรคของระบบประสาทได้ เช่น “โรคอัลไซเมอร์ โรค ลู เกห์ริก หรืออีกชื่อเรียกว่าโรค อะไมโอโทรปิค แลเทอรัล สเคลอโรสิส – (Lou Gehrig disease or Amyotrophic lateral sclerosis, เรียกย่อๆว่า ALS) 
การกินซุปหูฉลาม คือ การกินกระดูกอ่อนครีบของปลาฉลาม นักวิจัยได้เอาตัวอย่างครีบฉลามหลายพันธุ์ เป็นฉลามสดๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ 

เป็นฉลามพันธุ์ที่นิยมนำเอามาบริโภคกัน ซึ่งผมไม่ทราบว่าในภาษาไทยเรียกพันธุ์อะไรกันบ้าง ได้แก่ blacknose, blacktip, bonnethead, bull, great hammerhead, lemon, และ nurse sharks ฉลามพวกนี้ ล่ามาจากน่านน้ำทะเลฟลอริดาใต้ พบว่า มีสารที่มีชื่อว่า บีต้า-เอ็น-เมธิล อะมิโน-แอล-อะลานีน ( β-N-Methylamino-L-alanine เรียกชื่อย่อๆว่า BMAA) ซึ่งเป็นสารพิษต่อระบบประสาท

ศาสตราจารย์ แม็ชและคณะ ได้เริ่มทำการวิจัยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๒ โดยศึกษาวิจัยในผู้ป่วยโรค Alzheimer’s Disease และ ALS 
พบว่ามีระดับสาร BMAA ในสมองสูงมากในสมอง ๑ มิลลิกรัมพบปริมาณที่สูงถึง ๒๕๖ นาโนกรัม ในขณะที่คนปกติจะตรวจไม่พบว่ามีสารนี้ในสมองหรือมีแต่เพียงกระเส็นกระสายเล็กน้อยเท่านั้นเอง การวิจัยล่าสุดรายงานว่าพบสารดังกล่าวในครีบฉลามในปริมาณตั้งแต่ ๑๔๔ ถึง ๑,๘๓๖ นาโนกรัมทีเดียว

สาร BMAA นี้ พบว่ามีความสัมพันธุ์เกี่ยวข้องกับโรคระบบประสาทเสื่อมในประชาชนชาวเกาะกวมมาก่อน กล่าวคือจะมีเซลล์ประสาทมีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและการทำหน้าที่ของเซลล์ประสาท

สาร BMAA คืออะไร แหล่งกำเนิดต้นตออยู่ที่ใหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร 

สาร BMAA มีชื่อเต็มว่า บีต้า-เอ็น-เมธิลอะมิโน-แอล-อะลานีน ( β-N-Methylamino-L-alanine) เป็นสารที่มีคุณสมบัติทางชีวเคมีเป็นกรดอะมิโน แต่ไม่ใช่โปรตีน ผลิตขึ้นในธรรมชาติโดยแบคทีเรียที่มีชื่อว่า cyanobacteria และรู้จักกันในนามว่า สาหร่ายสีน้ำเงินอมเขียว หรือ blue-green algae ซึ่งมีบางท่านเรียกเป็นภาษาไทยว่า “สาหร่ายน้ำเงินแกมเขียว” ถ้าใช้คำว่า “อม” น่าจะเหมาะกว่าคำว่า “แกม”

สาร Beta-N-Methylamino-L-alanine นี้เป็นสารพิษ หากฉีดให้แก่ลิงรีซุส จะทำให้ลิงมีพฤฒิกรรมเปลี่ยนแปลง มีกล้ามเนื้อลีบฝ่อลง ถ้าสารนี้ไปรวมเข้ากับเซลล์สมองจะทำให้ เซลล์สมองตาย สารนี้ มีคุณสมบัติคล้ายกรออะมืโนอะลานีน จึงไปรวมกับเซลล์สมองทำให้เกิดสารเชิงซ้อนและทำให้เซลล์ตายได้
cyanobacteria สาหร่ายสีน้ำเงินอมเขียว หรือ blue-green algae คืออะไร 

ไซยาโนแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปแบบทั้งตัวเป็นเซลล์มีสารพันธุกรรมและไม่มีเยื่อหุ้มนิวนิวเคลียส ทำให้สามารถเจริญแบบเพิ่มจำนวนได้โดยการแบ่งตัว

ไซยาโนแบคทีเรีย สามารถปรับตัวได้สูงมากโดยการ สร้างเมือกห่อหุ้มเซลล์ และในเซลล์จะมีถุงลมเพือการพยุงตัว หาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์แสง มีเม็ดสีช่วยในการต่อต้านแสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ แบคทีเรียนี้ จะอาศัยอยู่ทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเล

สาหร่ายสีเขียวอมน้ำเงินพวกที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างอิสระ และดำรงชีวิตร่วมกับสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ ทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกกันว่า Blue tide ซึ่งในภาษาไทยเรียกกันว่า “ขี้วาฬ” นั่นเอง และยังมีสาหร่ายสีแดงอีกที่ทำให้เกิด Red tide ก็มี

ปลาฉลามเป็นปลาที่มีอายุยืน อยู่ในธรรมชาติอยู่ได้นาน คงจะกินสาหร่ายน้ำเงินอมเขียวที่เกิดในทะเลเข้าไป จึงมีการสะสมสารพิษดังกล่าวนั้นได้มาก นักบริโภคหูฉลามน่าเพลาปากลงหน่อยนะ ได้ข่าวมาเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

ชาวไฮโซที่นิยมบริโภคหูฉลามบ่อยๆ จะสะสมสาร BMAA ทีละน้อยๆ จนมากพอที่จะไปทำให้เป็น “อัลไซเมอร์” ได้เหมือนกันนะครับ 


ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน ( อ้าว จริงหรอ )
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email