เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

เปิดเผยภาพน่าสลดใจ ของบรรดาเด็กกำพร้าหลายชีวิต ในจีน


 


 


 


 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก akustressgiler.blogspot.com

          เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ไชน่าสแม็คของจีน เปิดเผยภาพน่าสลดใจ ของบรรดาเด็กกำพร้าหลายชีวิต ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านร้างหลังเล็ก ๆ ของหญิงจีนจิตใจดีแต่ยากจนคนหนึ่ง ขณะที่ทางการไม่ได้มีเงินสนับสนุนช่วยเหลือการเลี้ยงดูเด็กพิการเหล่านี้อย่างเพียงพอ

          โดยหญิงจีนรายนี้ มีชื่อว่า หยวน ลี่ไห่ หญิงผู้โอบอ้อมอารีที่รับเลี้ยงเด็กพิการและเด็กที่ถูกทอดทิ้งมายาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งแม้ว่าตนเองจะไม่ใช่คนมีฐานะ ต้องเร่ขายของตามถนนหารายได้ไปวัน ๆ อย่างเหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็จำเป็นต้องทำให้มากที่สุดเพื่อนำเงินมาเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงดูเด็ก ๆ เหล่านี้ให้มีชีวิตรอดเรื่อยมา

           หยวน ลี่ไห่ เริ่มนำเด็กที่ถูกทอดทิ้งและเด็กพิการมาเลี้ยงดูตั้งแต่ปี 2529 และเมื่อเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะหญิงสาวผู้โอบอ้อมอารี บรรดาโรงพยาบาล ตำรวจ และหน่วยฉุกเฉินที่รู้จักกับเธอก็มักจะคิดถึงเธอทุกครั้งที่พบเด็กถูกทอดทิ้ง และส่งตัวเด็กมาให้เธอเลี้ยง ทำให้เด็ก ๆ ในบ้านร้างหลังเล็ก ๆ ของเธอทยอยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นก็ทำให้สามีของเธอขอหย่ากับเธอไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะไม่เห็นด้วยกับการนำเด็กพิการเหล่านี้มาเลี้ยงเป็นภาระ

          ขณะที่ทางการจีนเอง ก็ไม่ได้มาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างพอเพียง เพราะเด็ก ๆ ที่อยู่ในการเลี้ยงดูของเธอนั้น ถือเป็นลูกบุญธรรมของเธอ เป็นลักษณะของครอบครัว ไม่ได้เป็นหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ใด ๆ จึงเป็นไปได้ยากที่ทางการจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้เป็นประจำ แต่ก็ยังดีที่เพื่อนบ้าน หรือคนที่รู้จักเธอก็ช่วยส่งเสื้อผ้า รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ มาให้เธอได้นำไปใช้กับเด็ก ๆ บ้าง ซึ่งก็พอจะลดค่าใช้จ่ายของเธอไปได้ไม่น้อย

           หยวน ลี่ไห่ เปิดเผยว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเลี้ยงเด็กกำพร้ามารวมแล้วมากกว่า 100 คน แต่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นก็แยกย้ายกันไปหางานทำและมีครอบครัวกันหมด ขณะที่เด็กส่วนหนึ่งก็ติดเชื้อเสียชีวิตไปบ้าง เพราะไม่ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพเพียงพอ

           ทุกวันนี้ มีเด็กกำพร้าและพิการอยู่ในการดูแลของเธอทั้งหมด 39 คน บางคนเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ บางคนเป็นเด็กผิวเผือก แต่ละคนใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างลำบากในบ้านร้าง 2 หลัง ต้องนอนบนฟูกที่ทำจากฟาง มีกองฟืนกองใหญ่อยู่บนหัวนอน ที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อหากไม่ระมัดระวัง ขณะที่ในบ้านก็เกลื่อนไปด้วยกองเสื้อผ้าและรองเท้าโทรม ๆ ที่ได้รับบริจาคมา เป็นภาพที่น่าสลดใจที่คล้ายกับกำลังถามหาความเห็นใจจากหน่วยงานสังเคราะห์ หรือทางการ เพื่อให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าที่เป็น

          ทั้งนี้ ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งกำลังเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศจีน เนื่องจากพ่อแม่ส่วนใหญ่ แม้จะยินดีที่จะมีลูกในตอนแรก แต่เมื่อพบว่าลูกเกิดมาในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ก็มักจะทิ้งขว้างเด็กเหล่านี้ให้เป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ชะตากรรม ขณะที่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ดูเหมือนจะกลายเป็นธุรกิจมากกว่าการใส่ใจเด็กกำพร้าเหล่านี้อย่างแท้จริง บางแห่งก็ใช้วิธีผูกเชือกที่ตัวเด็ก เพื่อไม่ให้เดินไปซนที่ไหนได้ ขณะที่ทางสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการให้เด็กอย่างที่ควรจะเป็น

หุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ "กวนอู" ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม ของพี่จีนเค้า


เห็นทีงานนี้เหล่าบรรดาหุ่นรบออพติมัส ไพร์ม (Optimus Prime) จากภาพยนตร์เรื่องทรานส์ฟอร์เมอร์ คงต้องชิดซ้ายและหลีกทางให้กับหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ตัวใหม่ซะแล้ว เพราะล่าสุดมีหุ่นตัวใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอลังการระดับตำนานมาปรากฎตัวให้เห็นแล้ว

หุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ตัวใหม่ที่ว่านี้คือ หุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ "กวนอู" ขุนศึกผู้โด่งดังจากวรรณกรรมอมตะนิรันดร์กาลของจีนอย่าง "สามก๊ก" ซึ่งยืนสง่า น่าเกรงขามถือง้าวเป็นอาวุธคู่กายอย่างยิ่งใหญ่ อยู่ที่จัตุรัสนานาชาติ เมืองซีอาน ประเทศจีนดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ผ่านไปมามากมาย

ทรานส์ฟอร์เมอร์กวนอูที่เห็นนี้เป็นผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะ "Central Academy of Fine Arts" ซึ่งนี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ที่ใช้ในการสำเร็จการศึกษาเมื่อปี 2010 ที่ผ่าน หุ่นกวนอูนี้มีความสูง 9.4 เมตร หนักมากถึง 4 ตัน สร้างขึ้นจากเศษรถบรรทุกเก่าของจีนที่ใช้ในภารกิจกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 25 ปี มาดัดแปลงและประกอบใหม่ร่วมกับวัสดุอื่น ๆ ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น 1,500,000 บาท

สำหรับตัวละครกวนอูตามแบบฉบับวรรณกรรมสามก๊กนั้น ถือเป็นตัวละครที่มีความจงรักภักดี อุดมคุณธรรมและความกล้าหาญไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น ที่สำคัญยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์แห่งความซื่อสัตย์อีกด้วย

เรียกได้ว่าหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์กวนอูนี้ยิ่งใหญ่อลังการและสื่อความด้านลักษณะของตัวละครตามที่ในวรรณกรรมว่าไว้ไม่มีผิด ว่ามาขนาดนี้ก็ไปดูกันดีกว่าว่าหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์กวนอูนี้จะยิ่งใหญ่อย่างที่เราว่ามามากน้อยเพียงใด.














ดาวมหาลัย เหยื่อน้ำกรด เธอ "น้องเค้ก" หัวใจไม่ยอมแพ้


เธอผู้ไม่แพ้ น้องเค้ก เหยื่อ สาดน้ำกรด จากดาวมหาลัย จนกลายเป็นคนเสียโฉม
Mthainews: รายการวีไอพี ออกอากาศวันที่ 5 กันยายน นำเสนอเรื่องราวความแข็งแกร่งของ น้องเค้กอัญธิกา  ธรรมกิตติ นักศึกษาสาวดาวมหาวิทยาลัย ที่วันหนึ่งต้องมาเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อคนร้ายบุกถึงสถาบัน สาดน้ำกรด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าเสียโฉม เกือบทั้งหมด อีกทั้งตาซ้ายยังบอดสนิท สุขภาพของเธอต้องย่ำแย่ทั้งร่างกายและจิตใจ เนื่องจากสภาพใบหน้า ร่างกายไม่ได้สวยงามเหมือนเช่นอดีต
แต่เธอก็มีหัวใจเข้มแข็ง และกำลังใจที่ดีจากครอบครัว ทำให้เธอ ยืนหยัดจนถึงวันนี้
น้องเค้ก เคยเป็นดาวมหาลัย ของมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับสองมาได้
คุณกนกวรรณ แสงแก้ว คุณแม่น้องเค้กกล่าวว่า น้องเค้ก เป็นคนน่ารักตั้งแต่เด็กๆ  ทำกิจจกรรมโรงเรียนแทบทุกอย่าง นอกจากนั้นเค้กยังขยันเริ่มหาเงินตั้งแต่ม.3 โดยไปเป็นเด็กเสริฟที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซต์ หลังจากเลิกเรียน มีรายได้วันละ 200 บาท สามารถจุนเจือครอบครัวได้ ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่
และด้วยรูปร่าง หน้าตาที่สวยงาม ทำให้เธอก้าวเข้าเป็นนางแบบ ตั้งแต่ช่วงเข้ามหาวิทยาลัย ปี1 อาทิ นางแบบนิตยสาร จากนั้น รับเป็นพริตตี้ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผิวพรรณทั่วไป นอกจากนั้นยังรับพิมพ์งาน งานโฟโต้ชอปไปด้วย รายได้ระหว่างเรียนได้ถึง 1หมื่น ถึง2 หมื่นบาท สามารถนำเงินไปจ่าายค่าเล่าเรียนได้โดยไม่ต้องขอเงินคุณแม่
ด้วยความที่เธอมุ่งมั่นทำงาน เธอเสิร์ชข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนพบกับชายคนหนึ่ง ที่กำลังหาคนปล่อยของไปขาย เช่นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยเธอไปทำความรู้จัก ติดต่อเรื่องงาน แต่ทำได้สักพัก การขายมีคู่แข่งขึ้น จนวันหนึ่งงานเงียบไป  แต่วันหนึ่งชายคนดังกล่าวโทรขอความช่วยเหลือให้ช่วย เนื่องจากถูกตั้งข้อหา คดีพยายามฆ่า จนคดีสิ้นสุด
แต่เรื่องระหว่างเขาและเธอไม่สิ้นสุด เมื่อชายคนนี้โทรจิก โดยอ้างว่าเรื่องคดียังไม่จบ หลังจากนั้นชายคนนี้ก็สารภาพรัก แต่เธอปฏิเสธไป ชายดังกล่าวจึงตั้งคำถามขึ้นว่า  “ในเมื่อไม่ชอบ จะไปช่วยทำไม” จนกระทั่งเรื่องราวบานปลายถึงขั้น ขู่ ดักทำร้าย ถ้าเขาไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ จนต้องแจ้งความกับตำรวจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ สิ่งที่ได้กลับมาคือคำขู่ของชายคนเดิม ที่ล่าวว่า ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรขึ้นมา นั่นก็คือฝีมือตน
ด้วยความชะล่าใจ ในมหาวิทยาลัย สัปดาห์ที่สอง เธอถูกชายคนเดิมสาดน้ำกรดเข้าที่ใบหน้า ความรู้สึกทั้งร้อน แสบ มีควันขโมง พยายามเหลือบตาเห็นร้านซักรีด จึงรีบเอาฝักบัวราด เพื่อนของเธอจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
น้องเค้กต้องรักษาตัวด้วยการสครับเนื้อที่ตายออก เพื่อไม่ให้ติดเชื้อด้วยความทรมาน ความแสบ คัน ทำให้เธอร้องไห้ด้วยความทุกข์ ราวกับมดคันไฟทั้งรังรุมกัดตัว พญ.พงศ์รวี โอแสงธรรมนนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลยันฮี แพทย์เจ้าของคนไข้ระบุว่า ส่วนของเนื้อตายต้องตัดทิ้ง ซึ่งแผลน้องลึกมาก ปัจจุบันยิงเลเซอร์ไป 27 ครั้ง ฉีดยา 15-16 ครั้ง ยังต้องรักษาต่อเนื่อง
น้องเค้กกล่าวว่า หลังจากที่ส่องกระจกเห็นใบหน้าตัวเอง เธอรับไม่ได้ พร้อมกับร้องไห้ ล็อคประตูขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำโรงพยาบาล ครั้งนั้นเธอบอกว่า จะอยู่อย่างไรหน้าตาแบบนี้ ผี หรือคน แต่โชคดีที่มีคุณแม่คอยปลอบใจ อธิบาย และให้ความรักมาโดยตลอด
“ ลูกสวยที่สุดสำหรับแม่ คนเป็นแม่ยิ่งเห็นสภาพลูก ยิ่งเจ็บยิ่งกว่า แม่ไม่เคยร้องไห้ให้ลูกเห็น ” คุณแม่กล่าว
จนวัหนึ่งเธอเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก เสียใหม่ด้วยความที่เห็นความลำบากของพ่อแม่ ที่เฝ้าดูแลเธอ จนหมดเงินไปมากพอสมควร โชคดีที่เธอเป็นคนไข้ในพระราชูปถัมภ์
ส่วนคนร้าย น้องเค้ก พยายามคิดว่า ชาตินี้เป็นการชดใช้กรรมที่เคยทำมาชาติที่แล้ว อโหสิให้แก่กัน บวกทั้งไม่มีพยานหลักฐาน จึงไม่สามารถเอาผิดได้ คนร้ายอาจไม่ใช้เขา แต่อาจเป็นคนที่ถูกจ้างมา ขณะที่คุณแม่บอกว่า ในเมื่อลูกไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะได้ แต่แน่นอนคุณแม่ยังทำใจไม่ได้จนถึงปัจจุบันในฐานะคนเป็นแม่
น้องเค้ก กล่าวว่า ปัจจุบันสุขภาพกายดีขึ้นแล้ว 50% แต่จะมีปัญหาเรื่องแผลเป็น และต้องรักษาดวงตาที่โรงพยาบาลศิริราช และการรักษาเรื่องการผ่าตัดศัลยกรรมที่โรงพยาบาลยันฮี ซึ่งการรักษาจะต่างจากคนทั่วไปเนื่องจากน้ำกรดทำลายผิวถึงชั้นที่สอง ทำให้เมื่อต้องโดนแดด หากไม่ป้องกันไม่ใส่หมวก หรือไม่ทาครีมกันแดด ผิวจะไหม้ ล่าสุดต้องผ่าตัดใบหู เนื่องจากโดนน้ำกรดกินไปจนไม่มีเนื้อเยื่อ เหลือแต่รูหู ต้องนำกระดูกอ่อนของหูข้างซ้ายมาทำเป็นโครง แล้วเอาผิวหนังใต้แขนมาทำเป็นเนื้อ
น้องเค้กวางอนาคตไว้ว่า จะเรียนต่อในระดับปริญญาโท เพื่อศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และปัจจุบันถึงแม้ว่าจะเสียโฉม ไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ยังมีชายหนุ่มที่เคยรู้จัก รับสภาพที่เธอเป็นได้  ไม่เคยทอดทิ้งเธอ แต่น้องเค้ก ยังไม่ตกลงปลงใจ
เธอได้ประสบการณ์เรื่องคน ว่า โลกไซเบอร์ เราจะไม่รู้นิสัยว่าเป็นอย่างไร ต้องระมัดระวังยิ่งกว่าคนที่เรารู้จักทั่วไป ส่วนใครที่ท้อแท้สิ้นหวัง น้องเค้กกล่าวว่า อย่ามัวนั่งเศร้า เสียใจ อย่าไปยึดติดกับมัน มองสิ่งที่เหลือว่าเราจะทำอะไรได้ต่อ ลุกแล้วเราจะมองเห็นสิ่งที่ดีๆเยอะแยะในโลกใบนี้ เพราะมียังมีหลายสิ่งมากมายให้เราเผชิญ
หัวใจอันแข็งแกร่งของหญิงสาว อย่างน้องเค้ก ที่ต่อสู้กับบาดแผลอันแสนสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง สำหรับที่ใครท้อแท้สิ้นหวัง เผชิญหน้า ลุกและสู้กับมัน แล้วเราจะผ่านมันไปได้  อย่างที่น้องเค้กได้บอกเอาไว้
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email