เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

สถานที่ทรงพระประสูติกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอนำท่านสู่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา
สถานที่ทรงพระประสูติกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช
  
Cambridge : Massachusetts : USA   

December 5 1927  
8:45 A.M  
 

 
Mount Auburn Hospital 
330 Mount Auburn Street, Cambridge, MA 02138

โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก
และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำชาร์ลส์ ( Charles River )
 


วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 เวลา 08.45 นาฬิกา
ดร.ดับเบิลยู สจ๊วต วิทท์มอร์ (Dr. W. Stewart Whittemore) และคณะแพทย์
ได้ปฏิบัติภารกิจทางการแพทย์ที่สำคัญยิ่งครั้งหนึ่งของโลก
นั่นคือ ถวายการประสูติแด่หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา
หม่อมในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์
ซึ่งทรงประทับศึกษาวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาฮาวาร์ด อันไม่ห่างจากโรงพยาบาลนัก

ภาพ เสด็จเยือนนครบอสตันและโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2503
และทรงพบกับ ดร.ดับเบิลยู สจ๊วต วิทท์มอร์ รวมทั้งคณะพยาบาลที่ถวายพระประสูติกาลด้วย
ทรงพระราชทานของที่ระลึกแด่ ดร.วิทท์มอร์ มีข้อความด้วยว่า

To my first friend, Doctor Whittmore, with Affectionate regard
แด่มิตรคนแรกของฉัน ดร.วิทมอร์ ด้วยความระลึกถึงและรักใคร่
 

คณะพยาบาลโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 4 ท่าน
ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงตลอดเวลาที่ทรงประทับอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฏนามดังนี้

1. มิสซิส เลสลี่ เลห์ตัน 2. มิสซิส เจนนีเวยฟ เวลตัน
3. มิสซิส มาร์กาเลต เฟย์ 4. มิสซิส รูธ อาร์ริงตัน
 
 

ข้อความในสูติบัตรของโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น แปลได้ความว่า

      เข้าโรงพยาบาลวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.1927 เวลา 8.45 น. ชื่อสงขลา ทารกชาย ที่อยู่ 63 ถนนลองวู้ดอเวนิว บรุกไลน์, แมสซาชูเซตต์ ศาสนาพุทธ นายแพทย์วิทท์มอร์ ผู้มาจดทะเบียน   มหิดลสงขลา จำนวนวันที่อยู่ในโรงพยาบาล 20 วัน ออกจากโรงพยาบาลวันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1927 เวลา 10.45 น.
 


พระโอรสผู้ประสูติแต่หม่อมสังวาลย์ในครั้งนั้น บัดนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า
คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี
(พระองค์กลาง)

ดวงพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
 

พระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงพระเยาว์
 

Mount Auburn Today.. 
 


ด้านหน้าโรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น
 


พระบรมฉายาลักษณ์
ทรงมอบให้เป็นที่ระลึกแก่โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น สถานที่ทรงพระประสูติกาล
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่บนชั้นที่ 5
 


ข้อความใต้พระบรมฉายาลักษณ์
 


ชั้นที่ 5 ระบุ "The Birth Place" 
 



ป้าย มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เมืองเคมบริจจ์ รัฐแมสซาชูเสตส์
 



รูปปั้น จอห์น ฮาวาร์ด ผู้ริเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
ซึ่งนักศึกษานิยมมาเกาะที่รองเท้าของเขาเพื่อขอให้โชคดีทางการศึกษา
สังเกตรองเท้าด้านขวาจะสดใส เพราะมือนักศึกษาและนักท่องเที่ยวนับล้านที่สัมผัส
 


King Bhumibol Square 
จตุรัสภูมิพล ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตส์
ที่รำลึกถึงสถานที่ทรงมีพระประสูติกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 

โฟกัส ชัดๆ
 


จารึก ณ ภูมิพลสแควร์
 


ข้อความบนจารึก ณ จตุรัสภูมิพล เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตส์
 

  
ประกาศ

 

โดยที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489
 
     โดยที่ตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 9 การสืบราชสมบัติ ให้เป็นไปตามนัยแห่งกฎหมายมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และประกอบด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา
 
โดยที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์ที่ร่วมพระราชชนนี ตามความในมาตรา 9 (8) แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467
 
โดยที่รัฐสภาได้ลงมติ ณ วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 แสดงความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ในการที่จะอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป ตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 9
 
      จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 เป็นต้นไป
     ประกาศ ณ วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489

ปรีดี พนมยงค์ 
นายกรัฐมนตรี

 

Highlight ! 



ใครว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแต่เพลงแจ๊ส
แท้ที่จริงแล้วทรงเป็นหลายแนว แม้แต่กีร์ต้าโปร่งแบบคันที่ร็อคพระองค์ก็ทรงเอ๊กเปิร์ต
ถ้าเป็นอเมริกันก็ต้องระดับอีเกิ้ลส์เท่านั้น
 

ผมเอาแคเหราะมาฝาก อยากให้คุณแข็งแรง แก้มคุณจะได้แดง แดงเหมือนสีแคเหราะ...
ก่อนที่เพลง "เด็กดอยใจดี" จะดังนั้น
ใครบ้างจะรู้ว่า ผู้ที่นำแครอทมาเผยแพร่จนกลายเป็นเพลงนั้น
คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 

Long life the King ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน  

อีกครั้งกับ THE EAGLES แห่งตำนานเพลง HOTEL CALIFORNIA ( เพลงผี ที่ใคร ๆ นึกว่า เพลงรัก ;)


 THE EAGLES เป็นวงดนตรีคันทรี ร็อกที่โผล่ออกมาจากย่าน เวสต์ โคสต์ สหรัฐอเมริกานู้นน

เจ้าของผลงานเพลงร็อกคลาสิคและอมตะอย่าง HOTEL CALIFORNIA ที่หลายคนร้องท่อน "ฮุค" ได้กันอย่างแม่นยำ

ดิ อีเกิ้ลส์นั้นดังมากๆในบ้านเรา ไปที่ไหนๆก็ได้ยินแต่ TAKE IT EASY HOTEL CALIFORNIA ดังกระหึ่ม พอกับ เพลง HOLIDAY ของ SCORPIONS ที่กลายเป็นเพลงหากินของตลกคาเฟ่ไปแล้ว เรียบร้อยแร๊นส์

วงดนตรีไทย หลายวงก็พยายามจะเล่นดนตรีในแบบของ ดิ อีเกิ้ลส์ เช่น อิสซึ่น ในอัลบั้ม "บทเพลง" เพลงที่ชื่อ "เจ้าโต" นั่นก็ใชี่เลยมาจากเพลง HOTEL CALIFORNIA

รวมไปถึงวง อินคา ด้วยนะครับ

แกน หลักของ ดิ อีเกิ้ลส์ คือ มือกีตาร์ -เกลนน์ เฟรย์ (glenn Frey) และตอนเฮนลี (Don Henley) มือกลอง ซึ่งกลายเป็นคู่หูที่ร่วมกันสร้างตำนานให้กับวงได้อย่างยิ่งใหญ่

ทั้ง คู่ร่มกันก่อตั้งวงเมื่อปี 1971 พร้อมเพื่อนนักดนตรีฝีมือดีชั้นครูอีก 2 คน คือ เบอร์นี่ ลีดอน (Bernie Leadon) กีตาร์ และแรนดี ไมส์เนอร์ (Randy Meisner) เล่นเบสได้อย่างคุ้มค่าตัว

อัลบั้มแรกของวงชื่อ EAGLES ออกมาเมื่อปี 1972 เพลงดังเพลงแรกคือ TAKE IT EASY ปีถัดมาออกอัลบั้ม DESPERADO

ดิ อีเกิ้ลส์นั้นได้เว้นช่วงเพื่อพักผ่อนผลาญเงินแฟนเพลงอยู่ประมาณปีเศษ ปี 1975 พวกเขากลับมากับอัลบั้ม ON THE BORDER ซึ่งมีสมาชิกเข้ามาเสริมอีกคน คือ ดอน เฟลเดอร์ (Don Felder) มือกีตาร์ที่โซโลกีตาร์คลาสสิคในบทเพลง โฮเต็ล เวอร์ชั่นอคูสติคเมื่อปี 94 และแนวเพลงในชุดนี้ก็เพิ่มความเป็นร็อกมากขึ้น และในปีเดียวกันก็มีอัลบั้ม ONE OF THESE NIGHT ตามออกมาอีกเพื่อดูดเงินจากกระเป๋าของแฟนเพลงอย่างเมามันส์

ปี 1979 มาถึงจุดเปลี่ยนของวงอีกครั้ง เมื่อสมาชิก 2 คน คือ ลีดอน และไมสเนอร์ ปลีกตัวออกไป แต่ก็มีสมาชิกใหม่เข้ามาเสริมทีม คือ โจ วอล์ช (Joe Walsh) ในตำแหน่งมือกีตาร์ผมบลอน และทิโมธี บี.สมิดต์ (Timothy B.Schmidt) มือเบสผมยาวเชื้อสายอีนเดียนแดงที่มีซุ่มเสียงหวานซื้งซะเหลือเกิน เวลาเห็นแกร้องเพลงแล้วใจจะขาดจริงๆเลย เพราะแกบีบเสียงออกมาสุดๆเหมือนกันเรียกว่า ฟังไปลุ้นไป ซึ่งแกร้องออกมาได้ดีจริงๆ

และปีเดียวกันนั้นเอง พวกเขาก็ปล่อยอัลบั้มยิ่งใหญ่ของโลกออกมานั่นคือ HOTEL CALIFORNIA เป็นอัลบั้มขายดีที่สุดและยอดเยี่ยมที่สุดของพญาอินทรีกลุ่มนี้ งามทั้งเนื้อหาและดนตรี

แต่หลังจากนั้น ดิ อีเกิ้ลส์ ก็เริ่มแตกแยกและสลายวงในที่สุด หลังทำงานชิ้นสุดท้ายออกมาอย่างเซ็งๆคือ THE LONG RUN

เมื่อวงแตก สมาชิกส่วนใหญ่ก็ออกไปทำเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น เกลน เฟรย์ ดอนเฮนลีย์ หรือแม้แต่ โจ วอล์ช และบี.สมิตต์

แต่ ที่ไปได้ดีเห็นจะมีแต่เฟรย์ เท่านั้น หลังๆยังหันมาเล่นหนังด้วย ใครเคยดู เจอร์รี่ แม็กไกวร์ จะเห็นเฟรย์แวบๆในตอนต้นและท้ายเรื่อง แสดงหน่อยนึง

ปี 1994 ดิ อีเกิ้ลส์ กลับมารวมตัวทำเพลงใหม่ในอัลบั้ม HELL FREE ZES OVER และออกทัวร์กันอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนนี้เฟรย์ยืนยันเด็ดขาดว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะมารวมกันอีก เพราะเกิดการขัดแย้งกันอย่างรุนแรงกับมือกลองนั่นเอง

แต่สุดท้ายก็ คลอดอัลบัมชุดดังกล่าวออกมาสำเร็จ และดูเหมือนจะทำได้ดีซะด้วยครับ ชุดนี้จัดว่าได้รับความนิยมจากแฟนเพลงเก่าๆ และ แฟนเพลงใหม่ๆ เป็นอย่างดี หลายท่านคงจะจำคอนเสริทครั้งนั้นได้ดี และมีดีวีดีการแสดงสดขายกันอย่างต่อเนื่อง

Hotel California       :            Artist : eagle

วิดีโอ  << ชม VDO ผ่านมือถือ คลิ๊กที่นี่ ^^

Artist : Eagles
Album : Hotel California
Title : Hotel California 

On a dark desert highway, cool wind in my hair
ในความมืดมิด บนถนนไฮเวย์แถบทะเลทราย
Warm smell of colitas, rising through the air
กลิ่นอบอวลของต้น COLITAS ลอยขึ้นสู่อากาศ
Up ahead in the distance, I saw a shimering light
ผมชูศรีษะขึ้นมากลางทาง(คล้ายๆชะเง้อมองละมั้ง) แลเห็นไฟสลัว
My head grew heavy and my sight grew dim,
ผมเริ่มรู้สึกมึนหัว และการมองเห็นก็เริ่มมัวลง
I had to stop for the night
ผมคงต้องหยุดพักสำหรับคืนนี้เสียแล้ว

There she stood in the doorway, I heard the mission bell
ที่นั่นมีหล่อนยืนอยู่ตรงทางเข้าา ฉันได้ยินเสียงกระดิ่งเรียก
And I was thinking to myself: this is could be heaven or this is could be hell
และผมก็พลันนึกขึ้นกับตัวเอง "มันอาจเป็นเสียงเรียกแห่งสวรรค์ หรืออาจจะเป็นเสียเรียกแห่งนรก"
Then she lit up a candle and she showed me the way
ทันใดนั้นเธอก็จุดเทียนไขขึ้นมา และบอกทางแก่ฉัน
There were voices down the corridor,
"เสียงของพวกเขาอยู่ทางใต้ระเบียงลงไป"
I thought I heard them say:
และผมก็คิดว่าผมได้ยินเสียงของพวกเขาว่า

Chorus :

Welcome to the Hotel California
"ยินดีต้องรับสู่โรงแรม Caliornia
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
ซึ่งเป็นดั่งสถานที่แสนรัก และรูปลักษณ์อันเป็นที่รัก
Plenty of room at the Hotel California
มีห้องมากมายที่โรงแรม California
Anytime of year (any time of year), you can find it here"
ทุกๆปี คุณสามารถพบมันได้ที่นี่"

Her mind is Tiffany twisted, she got the Mercedes Benz
ความสนใจของเธออยู่ที่ Tiffany twisted เธอขับรถ Mercedes Benz
She got a lot of pretty, pretty boys, that she calls friends
เธอมีผู้ชายหน้าตาดีมากมาย นั่นเธอกำลังโทรหาเพื่อนของเธอว่า
How they dance in the courtyard, sweet summer sweat
"จะเป็นอะไรไหม หากพวกเขาจะเต้นรำที่สนามหญ้า ท่ามกลางความหวานของฤดูร้อนและหยาดเหงื่อ
Some dance to remember, some dance to forget
สำหรับการเต้นบางครั้งเพื่อจดจำ และบางครั้งเพื่อที่จะลืม..."

So I called up the captain, "Please bring me my wine", He said
ดังนั้นผมจึงโทรไปหา กับตัน เขาพูดว่า
"We haven't had that spirit here since nineteen sixty-nine"
"เราไม่มีวิญญาณที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้ว
And still those voices are calling from far away
และเสียงร้องของพวกเขายังคง เรียกหาจากที่ๆแสนไกล
Wake you up in the middle of the night, just to hear them say:
เพื่อปลุกให้คุณตื่นตอนเที่ยงคืน แค่เพื่อฟังพวกเขากล่าวว่า..."

"Welcome to the Hotel California
"ยินดีต้อนรับสู่ โรงแรม California
Such a lovely place (such a lovely place), such a lovely face
ซึ่งเป็นดั่งสถานที่แสนรัก และดั่งโฉมหน้าอันเป็นที่รัก
They livin' it up at the Hotel California
พวกเขายังคงอยู่ที่นั่น ณ โรงแรม California
What a nice surprise (what a nice surprise), bring your alibis"
อะไรคือสิ่งยอดเยี่ยมที่น่าประทับใจ นำข้ออ้างคุณมา"

Mirrors on the ceiling, the pink champagne on ice, and she said
กระจกบนเพดานห้อง และแชมเปญสีชมพูบนน้ำแข็ง และเธอกล่าวว่า
"We are all just prisoners here, of our own device"
"พวกเราทั้งหมดเป็นเพียงนักโทษของที่นี่
And in the master's chambers, they gathered for the feast
และใน Master's Chamber พวกเขาต่างสะสมเพื่องานเลี้ยงอันใหญ่ยิ่ง
They stab it with their steely knives but they just can't kill the beast
พวกเขาแทงมันด้วยมีดเหล็กล้วของพวกเขาเอง แต่พวกเขากลับไม่สามารถฆ่าความชั่วร้ายได้.."

Last thing I remember, I was running for the door
สิ่งสุดท้ายที่ผมพอจำได้ คือฉันกำลังวิ่งไปยังประตู
I had to find the passage back to the place I was before
ผมต้องหากระเป๋าเดินทาง เพื่อกลับไปยังที่ที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้
"Relax," said the night man, "We are programmed to receive
"สบายใจเถิด" พนักงานกะกลางคืนกล่าว "พวกเรามีกำหนดการรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อย
You can check out any time you like, but you can never leave"
คุณสามารถ Check out ออกจากที่นี่ได้ทุกเวลาที่คุณต้องการ

...แต่คุณไม่มีวันได้จากไป!!!!...."


สก๊อต ฟอเรฟเวอร์ยัง จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ บีอีซี-เทโร จัดคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ กับศิลปินระดับตำนานร็อคแอนด์โรล “อีเกิ้ลส์ ไลฟ์ อิน ไลฟ์ อิน แบ็งคอค” (EAGLES Live In Bangkok) ในวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทอง ธานี

     ดิ อีเกิ้ลส์ (The Eagles) ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน คือ เกลน เฟรย์ (Glenn Frey), ดอน เฮนรี (Don Henley) , โจ วอลช์ (Joe Walsh) และ ทิโมธี บี ชมิท (Timothy B. Schit) ได้รับการยกย่องให้เป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในศตวรรษด้วยผลงานเพลงยอดฮิตอย่าง “โฮเทล แคลิฟอร์เนีย” (Hotel California) และ “ไลอิ้ง อายส์” (Lyin Eyes) ผลงานอัลบั้ม แดร์ เกรทเทสฮิทส์ 71-75 (Their Greatest Hits 71-75) ของพวกเขาถูกจัดให้เป็นอัลบั้มขายดีตลอดกาลในสหรัฐอเมริกา และได้รับการจารึกสูงสุดจาก สมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา [the Recording Industry Association of America (RIAA)] ด้วยยอดขายแผ่นเสียงทองคำขาวถึง 29 ครั้ง ปี 2550 วงดิอีเกิ้ลส์ได้ปล่อยเพลงใหม่ “ลองโร้ดเอ้าท์ออฟอีเดน” (Long Road Our of Eden) ออกมา และทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในชาร์ตเอเรีย (ARIA) และได้รับแผ่นเสียงทองคำภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ นับเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่พวกเขาไม่ได้ออกผลงานมานานถึง 28 ปี ซึ่งไม่มีวงดนตรีไหนในประวัติศาสตร์ ที่ประสบความสำเร็จยาวนานขนาดนี้ นอกจากความสำเร็จด้านยอดขายแล้ว พวกเขายังกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วนเช่นรางวัลแกรมมี (GRAMMY Awards) หลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งการได้จารึกชื่อในหอเกียรติยศร็อคแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame)

     ดิ อีเกิ้ลส์ เคยเดินทางมาเปิดการแสดงในเมืองไทยเมื่อปี 2547 กับคอนเสิร์ตใหญ่ 2 รอบที่บัตรคอนเสิร์ตเกือบ 2 หมื่นใบถูกจำหน่ายอย่างถล่มทลาย ในการกลับมาครั้งนี้ ความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ครั้งแรกแฟนเพลงของพญาอินทรีจะได้เต็มอิ่ม 3 ชั่วโมงไปกับผลงานเพลงแห่งประวัติศาสตร์ พร้อมระบบเสียงอันเยี่ยมยอด และโปรดักชั่นจากทีมงานฝีมือเก๋าระดับโลกที่จะไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง























คลิป รายการ สาวเปลือย ทำอาหารของฮ่องกง หวังดึงคุณผู้ชายเข้าครัว



วิดีโอ  << ชม วีดีโอ ผ่าน มือถือ คลิ๊กที่นี่ ^^ ;)

สาวสวยหน้าตาหน้าตาจิ้มลิ้ม ฟลอรา เจิ้ง วัย 26 ปี รับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ
เอ เอฟพี - รายการโทรทัศน์สำหรับผู้ใหญ่ของฮ่องกง เปิดตัวรายการทำอาหารที่เรียกเสียงฮีอฮาอย่างมาก โดยให้พิธีกรสาวสวยสวมผ้ากันเปื้อนโปร่งใสมองเห็นเนื ้อหนังมังสาสาธิตการทำ อาหารจีนกวางตุ้ง เพื่อดึงดูดให้คุณผู้ชายหันมาเข้าครัวมากขึ้น 

หนังสือพิมพ์เซาธ์ไชนา มอร์นิง รายงานว่าสาวสวยหน้าตาหน้าตาจิ้มลิ้ม ฟลอรา เจิ้ง วัย 26 ปี รับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการที่มีความยาวแต่ละตอน 30 นาทีนี้ และเธอจะเริ่มต้นรายการด้วยภารกิจออกตระเวนหาซื้อของ ตามตลาด ก่อนกลับมาเข้าครัวที่สตูดิโอ พร้อมกับสวมชุด"ผ้ากันเปื้อนโปร่งใส"
เจิ้ง ยอมรับว่าเธอไม่เคยมีประสบการณ์ในร้านอาหารมาก่อน แต่หวังว่ารายการเปลือยนี้จะดึงดูดให้คุณผู้ชายหันมา เข้าครัวมากขึ้น ขณะที่เทปแรกเตรียมออกอากาศในช่วงปลายเดือนนี้

"ฉันชอบทำอาหารอยู่แล้วและคิดว่าฉันสามารถสร้างความสุ ขให้แก่ผู้ชม มากขึ้น" สาวสวยวัย 26 ปีกล่าว "ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบทำอาหาร แต่ฉันอยากให้พวกเขาหันมาสนใจเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่จ่ายตลาดไปจนถึงขั้นตอนการปรุงอาหาร
ทั้งนี้ เจิ้ง ยืนยันด้วยว่าการสวมชุดผ้ากันเปื้อนโปร่งใสของเธอ จะไม่ให้ผู้ชายเกิดจินตนาการเตลิดไปกว่าการทำอาหาร

ด้าน เจสเซ อู๋ ผู้ผลิตรายการให้สัมภาษณ์กับซาธ์ไชนา มอร์นิง ว่าหากรายการ"เชฟเปลือย"นี้สามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จ อาจมีรายการลอกเลียนแบบโผล่เป็นดอกเห็ด

10 อันดับ office เท่ห์ๆจากทุกมุมโลก

 

1 Mindlab at the Ministry of Economic and Business Affairs
อันดับที่ 1 ได้แก่ Mindlab at the Ministry of Economic and Business Affairs ตั้งอยู่ที่ Copenhagen ประเทศ Denmark
 
 
2.  CheBanca Office
อันดับที่ 2 ได้แก่ CheBanca Office ตั้งอยู่ที่ Milan ประเทศ Italy


3 Etsy Office
อันดับที่ 3 ได้แก่ Etsy Office ตั้งอยู่ที่ Brooklyn ประเทศ USA
 
 
4 GOOGLEPLEX
อันดับที่ 4 ได้แก่ GOOGLEPLEX ตั้งอยู่ที่ Mountain View, Santa Clara County California ประเทศ USA
 
 
5 Limousines World Office
อันดับที่ 5 ได้แก่ Limousines World Office
 
 
6 Nike Office
อันดับที่ 6 ได้แก่ Nike Office ตั้งอยู่ที่ London ประเทศ uk
 
 
7 Red Bull Office
อันดับที่ 7 ได้แก่ Red Bull Office ตั้งอยู่ที่ London ประเทศ UK
 
8 Volkswagen Phaeton Plant
อันดับที่ 8 ได้แก่ Volkswagen Phaeton Plant ตั้งอยู่ที่ Dresden ประเทศ Germany
 
9 Ogilvy & Mather Guangzhou
อันดับที่ 9 ได้แก่ Ogilvy & Mather Guangzhou ประเทศ china
 
10 Vitra Office
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email