เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

10 ข้อห้าม "อย่าทำ" ในประเทศเกาหลี ( ทำไมหราา )

_

อันดับที่ 10 อย่าหวังพบคนถูกใจ 

    ที่คุณวาดฝันมาจากหนังรัก เกาหลีทั้งหลายและหวังจะมาพบเจอหนุ่ม ตี๋หล่อผู้สุภาพ 
หรือสาวน่ารักจิ้มลิ้มในแดนกิมจิ คุณควรยุติมันไว้แค่นั้น เพราะหนุ่มสาวส่วนใหญ่ในเกาหลี 
นั้นหน้าตาธรรมดามากๆ(ค่อนข้างไปทางแย่) ไม่ว่าจะไปเดินในแหล่งที่อุดมวัยรุ่นแค่ไหน 
ก็ยังหาที่โดนใจได้ยาก เพราะที่เราเห็นสวยหล่อในหนังละครนั้นเป็นประชาชนส่วนน้อยครับ 
(หนุ่มสาวชาวไทยเจ๋งกว่าเยอะ) 

อันดับ ที่ 9 อย่าหวังพึ่ง ฟุด ฟิต ฟอ ไฟ 

    แม้คุณจะได้ความมั่นใจในการฟุด ฟิต ฟอ ไฟ จากครูเคทมาแล้วหลายครั้ง 
แต่การพูดภาษาอังกฤษในเกาหลีต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะคนที่นี่นอกจากจะไม่พูด 
อังกฤษแล้ว  เขาก็ไม่มองว่าคนพูดอังกฤษได้จะดูเป็นคนเก่งหรือน่าชื่นชมแต่อย่างใด 
จึงเห็นได้ชัดเจนว่าในเกาหลีมีชาวฝรั่งมาท่องเที่ยวกันน้อยเหลือเกิน 

อันดับ ที่ 8 อย่าซื้อของปลอม! 

    ไม่ใช่จะมาโปรโมตเรื่อง ลิขสิทธิ์ทางปัญญา แต่จะบอกว่าคุณภาพของก๊อปปี้ใน 
เกาหลีก็ไม่ต่างจากสินค้าย่านประตูน้ำสักเท่า ไหร่ ดังนั้น หากคุณจะซื้อของปลอม 
จากที่นั่นและมาย้อมแมวหลอกเพื่อนว่าเป็นสินค้าจากเกาหลีคุณก็อาจจะเสียเพื่อนเอาง่ายๆ 

อันดับ ที่ 7 อย่ามักง่าย(ในร้านฟาสต์ฟูด) 

    แม้กาแฟเย็นจะไม่เอาอ่าว แต่เรื่องความเป็นระเบียบวินัย และสปิริตการรักษา 
ความสะอาด  ในร้านฟาสต์ฟูด คงต้องยกให้คนเกาหลี คุณคิดดูสิ นอกจากจะรณรงค์ 
ให้คนเก็บภาชนะ  เทขยะลงถังแล้ว ยังละเอียดถึงขั้นให้แยกประเภทภาชนะอีกด้วย 
และคนเกาหลีทั้งวัยรุ่นขาโจ๋  หรือคนแก่แค่ไหน ต่างก็พร้อมใจกันทำเหมืนเป็นเรื่อง 
ธรรมดาสามัญ ดังนั้นคุณอย่าเผลอทำตัว 
เหมือนในบ้านเราเด็ดขาด! 

อันดับ ที่ 6 อย่าสั่งกาแฟเย็น(ในร้านฟาสต์ฟูด) 

    ไม่เชื่ออย่าลบลู่ ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินซื้อน้ำล้างจานฟรีๆไม่ได้พูดโอเว่อร์ เพราะกาแฟเย็น 
ในร้านฟาสต์ฟูดของเกาหลีรสชาติแย่จริงๆ สันนิษฐานได้ว่าที่เกาหลีมีร้านกาแฟอยู่มากมาย 
และผู้คนก็ชอบที่จะดื่มกาแฟตามร้านเหล่านั้นมากกว่าดังนั้น เครื่องดื่มชนิดนี้ในร้านฟาสต์ฟูด 
จึงไม่ได้รับการปรับคุณภาพตามมาตรฐาน ISO แต่อย่างใด 

อันดับ ที่ 5 ระวังถูกชน! 

    ไม่ได้หมายถึงถูกรถชนนะครับ คนเกาหลีนี่แหละที่จะชนคุณจนหงายเก๋งได้ แถมยังไม่มี 
แม้แต่คำขอโทษ เพราะคนที่นี่ทั้งชายและหญิงต่างเดินกันเลนไหนเลนนั้น ใครขวางข้าชน 
ซึ่งถ้าคุณต้องสัญจรบนทางเท้าอันพลุกพล่านในเกาหลี และแน่ใจว่าไปไม่รอด 
ขอแนะนำให้สวมฟองน้ำไว้ที่หัวไหล่ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน! 

อันดับ ที่ 4 อย่าทำอะไรกวนใจโชเฟอร์ 

    คนเกาหลีดุมาก อันนี้เรื่องจริง แม้โชเฟอร์แท็กซี่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น หากคุณนั่งอยู่ 
บนรถของเขาและเกิดนึกจะหยิบจับปรับช่องแอร์อะไรก็ตาม โชเฟอร์จะตวาดคุณทันที 
ด้วยน้ำเสียงเหมือนคุณจะเบี้ยวค่าโดยสาร และหากโชคไม่ดีคุณจะโดนตีมือดังเพี๊ยะ! 
ให้งงเล่น 

อันดับ ที่ 3 อย่าโบกแท็กซี่คันสีดำ 

    คุณอย่าใช้ความเคยชินในเมืองไทย ที่ว่าจะต้องขึ้นแท็กซี่รุ่นใหม่ เท่านั้นเพราะถ้าคุณ 
เผลอไปใช้บริการแท็กซี่สีดำที่มักจะลวงตาคุณด้วยยี่ห้อเบนซ์หรือ บีเอ็มดับเบิ้ลยู 
คุณอาจจะหมดตัวเอาง่ายๆเพราะรถประเภทนี้คือรถ เดอลุกซ์(ภาษาเกาหลีเรียก ว่าโมบอม) 
และมิเตอร์จะเริ่มต้นราคาที่แพงกว่ารถคันอื่นๆเกือบเท่าตัว! (ทางที่ดีคุณควรจะหัดขึ้นรถไฟฟ้า 
ใต้ดินจะดีกว่า) 

อันดับ ที่ 2 ฉ่อน จี ฮยอน ไม่ใช่ จอน จี ฮุน 

    หากคุณคลั่งไคล้ฉ่อน จี ฮยอน มากถึงขั้นจะบินไปหาเธอที่เกาหลีคุณต้องท่องและออกเสียง 
ชื่อของเธอให้ขึ้นใจ ว่าฉ่อน จี ฮยอนไม่ใช่ จอน จี ฮุนถ้าคุณไปถามคนที่นั่นว่ารู้จัก จอน จี ฮุน 
บ้างไหมเขาอาจจะเข้าใจว่าบุคคลนี้เป็นอาชญากรตัวร้าย และคุณคือผู้สมคบคิดข้ามแดน 
(ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน สถานที่ สิ่งของ เมื่ออยู่ที่นั่นแล้วคุณควรออกเสียงให้ถูกต้อง) 

อันดับ ที่ 1 คุณคือ Tourist ไม่ใช่ Business man 

    ถ้าคุณไม่อยากเจอปัญหาหนักอกกับใบหน้าเจี้ยมๆ ของ ต.ม.(กองตรวจคนเข้าเมือง) 
คุณต้องไม่กรอกจุดประสงค์ในการเข้ามาประเทศเกาหลี ใต้ในเอกส ารว่า Business อย่างเด็ดขาด 
มิเช่นนั้นคุณจะต้องเสียเวลากับกิริยาก้าวร้าวและไม่รับฟังเหตุผลของพนักงาน ที่นั่นจนคุณ 
อาจจะฉุนขาดได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมาที่เกาหลีเพื่ออะไร คุณต้องบอกและกรอกไปว่าคุณคือ 
Tourist 


10 ข้อห้าม "อย่าทำ" ในประเทศเกาหลี ( ทำไมหราา )
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

เมนู เต้าหูอด สูตรอร่อย วิธีทำ พร้อม น้ำจิ้ม


_

เครื่องปรุง 
  • เต้าหู้ขาวแข็ง , พริกป่น , เกลือป่น , เบกกิ้งโซดา , น้ำมันสำหรับทอด, ต้นหอมและผักกาดขาวสำหรับตกแต่ง
น้ำจิ้ม 
  • น้ำตาลทรายแดง 5 ก้อน , น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนชา , เกลือป่น 1 ช้อนชา , พริกป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ , ถั่วลิสงคั่วบุบพอแตก
วิธีทำ 
  1. ขยำเต้าหู้ให้เป็นชิ้นเล็กๆในอ่างผสม ใส่พริกป่น เกลือ ผสมให้เข้ากันดี พักไว้
  2. ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางจนน้ำมันใกล้จะร้อน จึง ใส่เบกกิ้งโซดาลงในอ่างเต้าหู้หมักที่ผสมไว้ ผสมให้เข้ากันดี
  3. ปั้นเป็นก้อนรีเล็กน้อยลงทอดจนเหลืองกรอบ
  4. ตักขึ้นพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน ทอดจนหมด
  5. จัดใส่จานที่แต่งด้วยต้นหอมและผักกาดขาว เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับน้ำจิ้ม
วิธีทำน้ำจิ้ม 
  1. เคี่ยวน้ำตาลทรายแดง มะขามเปียก เกลือ พริกป่น ด้วยไฟอ่อนจนมีลักษณะข้นเหนียว
  2. ยกลงพักไว้ให้เย็น เวลาจะรับประทานจึงโรยด้วยถั่วลิสงคั่ว น้ำจิ้มที่ได้จะมีรสเผ็ด เปรี้ยว หวานตามลำดับ
เมนู เต้าหูอด สูตรอร่อย วิธีทำ พร้อม น้ำจิ้ม
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

"กระจกย้อนเวลา" ว้าว น่าหามาไว้ที่บ้านสักอัน

 

 

 

 

 _

 

 



"กระจกย้อนเวลา" ว้าว น่าหามาไว้ที่บ้านสักอัน
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

"Macro Cell Lens Band" เล่นซูมสำหรับมือถือ iPhone และสมาร์ทโฟน ( โอ้ว มันยอดมาก ;)


"Macro Cell Lens Band" เลนส์พิเศษที่มาในรูปสายรัดซึ่งออกแบบให้พอดีกับรอบตัวสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ดีกว่าเดิม
        ถือเป็นแกดเจ็ดหรือของเล่นใหม่ที่น่าจะถูกใจตากล้องสมัครเล่นผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนของตัวเอง นั่นคือ "Macro Cell Lens Band" เลนส์พิเศษที่มาในรูปสายรัดซึ่งออกแบบให้พอดีกับรอบตัวสมาร์ทโฟนแทบทุกเจ้า ผลคือสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นจะสามารถถ่ายภาพซูมพิเศษได้เหมือนฟังก์ชันมาโครในกล้องดิจิตอลความละเอียดหลายล้านพิกเซล 
_
เลนส์พลาสติกที่ฝังในสายรัดยางยืดหยุ่นง่าย
       ในตัวอย่างภาพถ่ายจากเลนส์ Macro Cell Lens Band แสดงถึงมุมมองภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ผู้ใช้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพถ่ายดวงตา ต้นไม้ เหรียญ หรือแม้แต่ปลายปากกา ซึ่งถือว่าเปิดมิติใหม่ของการถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอลในโทรศัพท์มือถือ
      
       ความน่าสนใจอีกอย่างคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน เลนส์ Macro Cell Lens Band นั้นเป็นเลนส์พลาสติกที่ฝังในสายรัดยางยืดหยุ่นง่าย สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือการครอบสายรัดลงที่สมาร์ทโฟนโดยให้เลนส์ตรงกับตำแหน่งกล้องดิจิตอลในเครื่อง  หากไม่มีการใช้งาน ผู้ใช้สามารถครอบสายรัด Macro Cell Lens Band นี้ไว้กับบัตรเครดิต แล้วเก็บในกระเป๋าสตางค์ได้ 
ถ่ายดวงตาได้ละเอียดยิบ
       ในภาพสาธิตการใช้งานนั้นใช้ Macro Cell Lens Band กับสมาร์ทโฟนยอดนิยมอย่าง iPhone 4s  พบว่าการทดลองถ่ายภาพระยะใกล้หรือ close-ups ทำได้ดี สามารถชมภาพตัวอย่างจากด้านล่าง  
ตัวอย่างภาพถ่ายเหรียญระยะใกล้
       
รายละเอียดของต้นไม้ชัดเจนได้ด้วยเลนส์พิเศษ
        สำหรับเลนส์สายรัดนี้พัฒนาโดยกลุ่มหนุ่มสาวผู้พัฒนาแกดเจ็ดแต่งกล้องจากร้าน PhotoJojo โดย Macro Cell Lens Band จะวางจำหน่ายในราคา 15 เหรียญ หรือประมาณ 450 บาทเท่านั้น  
      
       ...เรียกว่าราคาน่ารัก ฟีเจอร์น่าลองจริงๆ...


"Macro Cell Lens Band" เล่นซูมสำหรับมือถือ iPhone และสมาร์ทโฟน ( โอ้ว มันยอดมาก ;)
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

กว่า 100 ปีที่โดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้คู่กาย เวียดนามคิดโคลนนิ่ง "ย่าเต่า"






ภาพวันที่ 12 พ.ย.2554 "ย่าเต่า" โผล่เหนือน้ำขึ้นมาให้เห็นถี่ๆ อีกแล้วโดยยังไม่ทราบสาเหตุ แต่เป็นการสางสัญญาณความไม่ปรกติภายในสระคืนดาบ- ฮว่านเกี๊ยม (ho Hoan Kiem) หรือ "สระกระบี่ - โห่เกือม (H Guom) อาศัยอยู่อย่างเดียวดายไร้คู่เคียงในบึงน้ำตำนานแห่งกรุงฮานอยมานานกว่าศตวรรษ และอาจจะจากชาวเวียดนามไปเมื่อไรก็ได้ นักวิทยาศาตร์กลุ่มหนึ่งได้เสนอแนวทาง "โคลน" เพื่อให้เต่าโบราณได้อยู่คู่บึงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ต่อไปนานเท่านานภาพ: VN Express
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- นักวิทยาศาสตร์เวียดนามจำนวนหนึ่ง กำลังคิดแผนทำโคลนนี่ง "ย่าเต่า" ที่อยู่ในสระกระบี่ สระแห่งตำนานในย่านใจกลางกรุงฮานอยมานานกว่า 100 ปี และ เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าไม่มี "ปู่เต่า" อยู่ด้วย จึงมิอาจจะมีลูกหลานเหลนโหลนสืบวงศ์ต่อไปได้

หลายฝ่ายเริ่มวิตกกังวลว่าเต่าศักดิ์สิทธิ์ แห่งตำนานคู่บ้านคู่เมืองซึ่งเป็นพันธุ์หายาก อาจจะจากทุกคนไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ความกังวลเพิ่มทวีเมื่อ "ย่าเต่า" ดำผุดดำว่ายขึ้นเหนือน้ำให้เห็นบ่อยครั้งยิ่งขึ้น ไม่ต่างกับเมื่อต้นปีนี้ที่ป่วยหนัก อันเนื่องมาจากมลพิษภายในบึงใหญ่ และทางการต้องระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือเยียวยา ทำความสะอาด จัดระบบบำบัดน้ำให้ใหม่ รวมทั้งเติมปลานานาชนิดที่เป็นอาหารโปรดลงไปในบึง แต่ถึงกระนั้นชาวฮานอยก็ยังสมัครใจเรียกขานเป็น "เต่า" (Rùa) ต่อไป และแม้ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เต่าหากเป็นตะพายน้ำขนาดใหญ่ก็ตาม

นั่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการจับเต่าในตำนานขึ้นมาให้ปรากฏแก่สายตาของชาวเวียดนามทั้งประเทศ และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ปรากฏว่า เต่าศักดิ์สิทธิ์มิใช่เพศผู้ แม้จะเรียกกันว่า "ปูเต่า" หรือ "กุหรั่ว" (cụ Rùa) มานานหลายนับร้อยๆ ปี

ตามรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเอ็กซ์เพรส มีผู้พบเห็น “ย่าเต่า” โผล่ขึ้นเหนือน้ำอย่างน้อย 12 ครั้งในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และอีกหลายครั้งในช่วงต้นเดือน ธ.ค.ศกนี้ โดยยังไม่ทราบสาเหตุ

เต่าศักดิ์สิทธิ์อาจจะหิวเนื่องจากจำนวนปลาในสระลดลง หรือ ไม่สามารถออกล่าอาหารได้อีกแล้ว เพราะเคยชินกับการให้อาหารตลอดเวลา 3 เดือนที่ถูกกักบริเวณเพื่อเยียวยารักษาแผลอักเสบเรื้อรัง

หรือบางทีก็อาจจะเป็นเพราะน้ำใน “สระคืนดาบ” (Hoan Kiem) เริ่มเน่าเสียอีกก็เป็นได้

แต่ทั่งนี้และทั้งนั้นมันอาจจะเป็นสัญญาณว่า ถิ่นที่อยู่อาศัยมานานกว่าศตววรรษ อาจจะไม่ใช่บ้านอันอบอุ่นอีกแล้ว และ “ย่าเต่า” อาจจะจากเวียดนามไปได้ทุกเมื่อ ดร.เลดี่งเลือง (Lê Đình Lương) แห่งศูนย์วิเคราะห์ดีเอ็นเอ ในกรุงฮานอยกล่าวว่า การทำโคลนนิ่งเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่และควรจะกระทำอย่างเร่งด่วน

เวียดนามยังไม่เคย “โคลน” อะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่เทคโนโลยีนี้ไม่มีใครหวง และเชื่อว่าสามารถขอความร่วมมือช่วยเหลือจากต่างประเทศได้
 _

นายเหวียนบ่าต๋วน (Nguyen Ba Tuan) ชาวประมงที่อยู่ชานกรุงฮานอย นำตะพาบน้ำ (Amyda Cartilagineus) ซึ่งมีขนาดใหญ่ 
ชนิดหนึ่ง ที่เขาจับขึ้นมาได้จากแม่น้ำแดง ออกอวดผู้สื่อข่าวในวันที่ 14 ต.ค.2554 วัดความยาวตลอดลำตัว 108 ซม. หนัก 25.6 กก. 
ไม่ใช่ตะพาบน้ำพันธุ์ใหญ่ที่สุด หากแต่มีหน้าตาคล้าย "ย่าเต่า" 
แห่งสระกระบี่กรุงฮานอย ด้วยคุณลักษณะเช่นนี้เขาขาย "หรั่ว" 
ตัวนี้ได้ 4,500 ดอลลาร์ แต่ความจริงแล้ว "ย่าเต่า" ในตำนาน 
ยังไม่มีทายาท และอาจจะไม่สามารถมีได้ เพราะอายุกว่า 100 ปีแล้ว REUTERS/Kham


“ตราบเท่าที่ยังไม่อาจจะหาเต่าเพศผู้สายพันธุ์เดียวกันเพื่อเป็นคู่ได้ การทำโคลนนิ่งเป็นทางเลือกเดียว” ดร.เลืองกล่าว

ความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กร.เลซวนแก๋ง (Lê Xuân Cảnh) แห่งสถาบันทรัพยากรทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาเวียดนาม ซึ่งเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อรีบเก็บดีเอ็นเอของย่าเต่าเอาไว้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้โคลนได้ทันทีเมื่อถึงคราวจำเป็น

นักวิทยาศาสตร์ในซีกนี้อีกหลายคนบอกว่า ถึงแม้จะมีเต่าเพศผู้พันธุ์เดียวกันเพื่อสืบพันธุเผ่าก็ตาม แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผสมพันธุ์เต่าที่มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย เช่น ศ.ดร.ห่าดี่งดึ๊ก (Hà Đình Đức) ที่เฝ้าติดตามเต่าโบราณในสระแห่งจำนานมานานกว่า 20 ปีกล่าวว่า การโคลนก็อาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เช่นกัน เพราะการนำเอายีนของเตาอายุ 100 ปีที่ร่างกายอ่อนแอไปโคลนให้ออกมาเป็นตัวใหม่นั้น ก็อาจจะได้ความอ่อนแอแบบเดิมๆ และภูมิต้านทานโรคก็จะยิ่งลดน้อยถอยลง

ดร.ดึ๊กชี้ไปยังแกะ “ดอลลี” สัตว์ตัวแรกของโลกที่เกิดจากการโคลน กับสัตว์อีกหลายชนิดที่เติบโตขึ้นมาและเสียชีวิตลงในอีกไม่กี่ปีเนื่องจากสืบยีนตัวเดิมจากร่างเดิมที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งธรรมชาติยังคงรักษากฎเกณฑ์นี้เอาไว้

นักวิทยาศาสตร์อีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เริ่มออกคัดค้านการโคลนนิ่งเต่าโบราณคู่บ้านคู่เมือง เพราะมีแต่จะสร้างความยุ่งยากติดตามมา รวมทั้งเงินงบประมาณอีกมหาศาล แต่จะไม่สามารถรักษาย่าเต่าเอาไว้ได้ในที่สุด


กว่า 100 ปีที่โดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้คู่กาย เวียดนามคิดโคลนนิ่ง "ย่าเต่า"
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email