เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน ( อ้าว จริงหรอ )



โดยศจ.เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ราชบัณฑิต

ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน 

ความจริงแล้ว ปลาทั้งหลายไม่มีหู ปลามีแต่ครีบ เอาไว้ว่ายน้ำ ฉลามก็คือปลาชนิดหนึ่ง ที่มีความว่องไวปราดเปรียว มีเขี้ยวที่แหลมคม มีอันตรายแก่นักว่ายน้ำในทะเลและมหาสมุทร จะถูกทำร้าย เนื้อฉีกได้ง่ายๆ

แต่ปลาฉลามก็คือปลา ย่อมแพ้คน คนเราไปเอาครีบโตๆ มาตากแห้ง และนำไปปรุงอาหารที่เขาว่ากันว่าแสนจะโอชะหลายอย่าง เช่น ซุบหูฉลาม หูฉลามผัดแห้ง เป็นที่พึงปรารถนาของ บรรดาเศรษฐี หรือ บุคคลผู้มีรสนิยมสูง ที่พวกเราหลายคนนิยมเรียกว่าพวก “ไฮโซ”
ตัวผมเองเป็นประเภทรายได้ต่ำ แต่บางทีนานๆทีก็มีเจ้ามือพาไปเลี้ยงที่เหลาบ้าง ลำพังตัวเองขึ้นเหลาไม่ไหว ต้องเดินตามไฮโซไปบ้าง จำได้ว่ามีอยู่ครั้ง สองครั้ง ได้ไปรับประทานซุบหูฉลามที่อร่อยที่ภัตตาคารไหหว่าเทียนที่หาดใหญ่ ทราบว่าตอนนี้รวยมากไปเลยหยุดกิจการไปแล้ว คงทำให้ฉลามหายเสียวครีบไปได้หน่อย

เห็นภาพในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ ๙ มีนาคมที่เพิ่งผ่านมา 
เขาเอาภาพครีบฉลามกำลังตากให้แห้ง ตากอยู่กับพื้นบนลานข้างถนนในฮ่องกงนับพันๆครีบทีเดียว น่าหดหู่ อีกไม่ช้า เราคงจะเล่าเรื่องหูฉลามให้เด็ก ๆ ฟังโดยให้เด็กดูจากรูปเท่านั้นเอง ตัวจริงที่แสดงในอะควาเรียมอาจไม่มีเหลือ

วันนี้ ผมจะเอาเรื่องที่ผมเพิ่งจะไปพบรายงานการวิจัยที่เผยแพร่ออกมาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ 
เกี่ยวข้องกับอันตรายในการกินหูฉลาม มาเล่าให้ฟังกัน เป็นการเตือนสติเอาไว้ แต่ใครไคร่บริโภคตามใจปาก ผมก็คงไปขัดคอขัดลิ้นของท่าน ก็อ่านดูเอาไว้ประดับความรู้ทั่วไปบ้างก็แล้วกัน

อวัยวะที่เราเอามาบริโภคกันนั้น เป็นครีบของฉลาม คนไทยเราเรียกเพี้ยนไปเป็นหูฉลาม ฝรั่งเรียกว่า Shark fin ฟินแปลว่าครีบ ซึ่งถูกต้อง แต่ความนิยมคือความนิยม ไปเปลี่ยนกันยาก
_
อันที่จริง บทรายงานที่ผมจะนำมาเล่านี้ อาจจะช่วยเปลี่ยนใจหลายท่านให้บริโภคหูฉลามลดลง 
เป็นการช่วยชีวิตปลาฉลาม ให้ถูกล่าน้อยลง ที่ผมได้ยินได้ฟังมา เขาเล่ากันว่า เมื่อชาวประมง ล่าฉลามมาได้แล้ว จัดการตัดเอาครีบออกทั้งสองข้าง แล้วโยนกลับลงทะเล ไม่ใยดีว่าจะไปตายหรือไปรอด ซึ่งจริงๆแล้วก็ไปไม่รอด เพราะชาวประมงไม่ต้องการเนื้อฉลาม ซึ่งไม่อร่อยและเหม็นคาวจัดมาก

ผมจำกลิ่นคาวได้เพราะตอนเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๑ เรียนวิชาชีววิทยาภาคปฏิบัติ หรือเรียนแล็บ ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องเรียนวิชาชำแหละกบ ชำแหละฉลาม จำได้ว่ามีกลิ่นคาวมากแทบจะเลิกกินปลาทีเดียว 

เรากลับเข้าเรื่อง มาหาบทรายงานการวิจัยต่อไปดีกว่า 
ผมได้อ่านพบข่าวในวารสารชื่อ AsianScientist ฉบับวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ รายงานโดยคุณ รีเบ็คคา ลิม ข่าวนี้อ้างอิงถึงรายงานวิจัยดั้งเดิมซึ่งตีพิมพ์รายงานไว้ในวารสาร Marine Drugs* ฉบับต้นตออีกทีหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า Cyanobacterial Neurotoxin β-N-Methylamino-L-alanine (BMAA) in Shark Fins โดยผู้เขียนบทรายงานชื่อ มอนโดและคณะ (Mondo K et al) จะสรุปให้อ่านกันดังนี้

“นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐอเมริกา วิจัยพบว่าในหูฉลาม มีสารพิษ ที่ก่อพิษร้ายแรงต่อระบบประสาทของมนุษย์ได้ โดยจะไปทำให้มีการเสื่อมของเซลล์ประสาท ทำให้เกิดโรคของระบบประสาทได้ เช่น “โรคอัลไซเมอร์ โรค ลู เกห์ริก หรืออีกชื่อเรียกว่าโรค อะไมโอโทรปิค แลเทอรัล สเคลอโรสิส – (Lou Gehrig disease or Amyotrophic lateral sclerosis, เรียกย่อๆว่า ALS) 
การกินซุปหูฉลาม คือ การกินกระดูกอ่อนครีบของปลาฉลาม นักวิจัยได้เอาตัวอย่างครีบฉลามหลายพันธุ์ เป็นฉลามสดๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ 

เป็นฉลามพันธุ์ที่นิยมนำเอามาบริโภคกัน ซึ่งผมไม่ทราบว่าในภาษาไทยเรียกพันธุ์อะไรกันบ้าง ได้แก่ blacknose, blacktip, bonnethead, bull, great hammerhead, lemon, และ nurse sharks ฉลามพวกนี้ ล่ามาจากน่านน้ำทะเลฟลอริดาใต้ พบว่า มีสารที่มีชื่อว่า บีต้า-เอ็น-เมธิล อะมิโน-แอล-อะลานีน ( β-N-Methylamino-L-alanine เรียกชื่อย่อๆว่า BMAA) ซึ่งเป็นสารพิษต่อระบบประสาท

ศาสตราจารย์ แม็ชและคณะ ได้เริ่มทำการวิจัยมาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๕๒ โดยศึกษาวิจัยในผู้ป่วยโรค Alzheimer’s Disease และ ALS 
พบว่ามีระดับสาร BMAA ในสมองสูงมากในสมอง ๑ มิลลิกรัมพบปริมาณที่สูงถึง ๒๕๖ นาโนกรัม ในขณะที่คนปกติจะตรวจไม่พบว่ามีสารนี้ในสมองหรือมีแต่เพียงกระเส็นกระสายเล็กน้อยเท่านั้นเอง การวิจัยล่าสุดรายงานว่าพบสารดังกล่าวในครีบฉลามในปริมาณตั้งแต่ ๑๔๔ ถึง ๑,๘๓๖ นาโนกรัมทีเดียว

สาร BMAA นี้ พบว่ามีความสัมพันธุ์เกี่ยวข้องกับโรคระบบประสาทเสื่อมในประชาชนชาวเกาะกวมมาก่อน กล่าวคือจะมีเซลล์ประสาทมีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและการทำหน้าที่ของเซลล์ประสาท

สาร BMAA คืออะไร แหล่งกำเนิดต้นตออยู่ที่ใหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร 

สาร BMAA มีชื่อเต็มว่า บีต้า-เอ็น-เมธิลอะมิโน-แอล-อะลานีน ( β-N-Methylamino-L-alanine) เป็นสารที่มีคุณสมบัติทางชีวเคมีเป็นกรดอะมิโน แต่ไม่ใช่โปรตีน ผลิตขึ้นในธรรมชาติโดยแบคทีเรียที่มีชื่อว่า cyanobacteria และรู้จักกันในนามว่า สาหร่ายสีน้ำเงินอมเขียว หรือ blue-green algae ซึ่งมีบางท่านเรียกเป็นภาษาไทยว่า “สาหร่ายน้ำเงินแกมเขียว” ถ้าใช้คำว่า “อม” น่าจะเหมาะกว่าคำว่า “แกม”

สาร Beta-N-Methylamino-L-alanine นี้เป็นสารพิษ หากฉีดให้แก่ลิงรีซุส จะทำให้ลิงมีพฤฒิกรรมเปลี่ยนแปลง มีกล้ามเนื้อลีบฝ่อลง ถ้าสารนี้ไปรวมเข้ากับเซลล์สมองจะทำให้ เซลล์สมองตาย สารนี้ มีคุณสมบัติคล้ายกรออะมืโนอะลานีน จึงไปรวมกับเซลล์สมองทำให้เกิดสารเชิงซ้อนและทำให้เซลล์ตายได้
cyanobacteria สาหร่ายสีน้ำเงินอมเขียว หรือ blue-green algae คืออะไร 

ไซยาโนแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว รูปแบบทั้งตัวเป็นเซลล์มีสารพันธุกรรมและไม่มีเยื่อหุ้มนิวนิวเคลียส ทำให้สามารถเจริญแบบเพิ่มจำนวนได้โดยการแบ่งตัว

ไซยาโนแบคทีเรีย สามารถปรับตัวได้สูงมากโดยการ สร้างเมือกห่อหุ้มเซลล์ และในเซลล์จะมีถุงลมเพือการพยุงตัว หาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์แสง มีเม็ดสีช่วยในการต่อต้านแสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ แบคทีเรียนี้ จะอาศัยอยู่ทั่วไปบริเวณชายฝั่งทะเล

สาหร่ายสีเขียวอมน้ำเงินพวกที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างอิสระ และดำรงชีวิตร่วมกับสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ ทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกกันว่า Blue tide ซึ่งในภาษาไทยเรียกกันว่า “ขี้วาฬ” นั่นเอง และยังมีสาหร่ายสีแดงอีกที่ทำให้เกิด Red tide ก็มี

ปลาฉลามเป็นปลาที่มีอายุยืน อยู่ในธรรมชาติอยู่ได้นาน คงจะกินสาหร่ายน้ำเงินอมเขียวที่เกิดในทะเลเข้าไป จึงมีการสะสมสารพิษดังกล่าวนั้นได้มาก นักบริโภคหูฉลามน่าเพลาปากลงหน่อยนะ ได้ข่าวมาเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

ชาวไฮโซที่นิยมบริโภคหูฉลามบ่อยๆ จะสะสมสาร BMAA ทีละน้อยๆ จนมากพอที่จะไปทำให้เป็น “อัลไซเมอร์” ได้เหมือนกันนะครับ 


ซุปหูฉลาม อาหารไฮโซ อาหารอันตรายทั้งฉลาม และคน ( อ้าว จริงหรอ )
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

สุนัข"ขี้เหร่ที่สุดในโลก" "โยดา" ตายแล้วด้วยวัย 15 ปี

_
"โยดา" สุนัข"ขี้เหร่ที่สุดในโลก" ตายแล้วด้วยวัย 15 ปี 

"โยดา" เจ้าของฉายา "สุนัขขี้เหร่ที่สุดในโลก"  อำลาโลกแล้วในวัย 15 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากครองตำแหน่งดังกล่าวได้ไม่ถึงปี  
โยดา เป็นสุนัขพันธุ์ผสมชิวาว่าและพันธุ์ไชนิสเครสเต็ด และมีน้ำหนักราว 800 กรัมเศษ 

ชื่อเสียงหลังชนะเลิศการประกวดสุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2011 ที่งานโซโนมา มาริน แฟร์ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเปตาลูมา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน พร้อมรับเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯและถ้วยแชมป์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามันถึง 15 เท่า  
เทอร์รี ชูมาคเกอร์ ชาวเมืองแฮนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าของของมันกล่าวว่า โยดาเสียชีวิตลงระหว่างนอนหลับเมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา   

เธอกล่าวว่าเธอพบกับเจ้าโยดาถูกทิ้งอยู่หลังอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่ง เมื่อมากกว่า 10 ปีที่แล้ว   ในครั้งแรกเธอเกือบวางมันลง เพราะคิดว่ามันเป็นหนู   เนื่องจากมันมีลักษณะแปลกประหลาด คือ ขนสั้น มีลิ้นยื่นออกมาและขาที่ยาวแต่ดูเหมือนจะไม่มีขน  เธอจึงตั้งชื่อให้มันว่าโยดา เนื่องจากมันดูคล้ายตัวละครโยดา ในภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์ส 
        
ด้านผู้จัดงานประกวดสุนัขน่าเกลียดที่สุดในโลกได้เปิดเผยว่า  แม้ว่าเจ้าโยดาจะตายแล้ว แต่มันก็ยังเป็นสุนัขที่น่าเกลียดที่สุดในโลกต่อไป จนกว่าจะมีการจัดการประกวดครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนปีนี้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  หนังสือพิมพ์มติชน 

 สุนัข"ขี้เหร่ที่สุดในโลก" "โยดา" ตายแล้วด้วยวัย 15 ปี
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ตะลึง!! สุดยอด ภาพวาดดินสอไม้ สมจริง ราวกับภาพ ถ่ายขาวดำ




_




ตะลึง!! สุดยอด ภาพวาดดินสอไม้ สมจริง ราวกับภาพ ถ่ายขาวดำ
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ภูเขาไฟดาลลอล สวยอันตราย สถานที่ในโลกที่คุณไม่ควรไปเยือน


เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินมาเกี่ยวกับดินแดนนรกบนดิน หรือ สถานที่ในโลกที่คุณไม่ควรไป ...และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เราจึงขอพาคุณไปพิสูจน์กันว่า สถานที่ที่ว่ากันนั้นมันอันตรายและน่ากลัว หรือมีความสวยงามมากแค่ไหนกันนะ...  

_

     ภูเขาไฟดาลลอล (Dallol Volcano) หนึ่งดินแดนแห่งความตายที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่คุณไม่ควรไป แต่ว่าคุณจะกลัวไปทำไมในเมื่อสถานที่ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเลวร้ายและน่ากลัวนั้น ส่วนใหญ่มักมีความสวยงามซุกซ่อนอยู่มากมายเลยทีเดียว



     ภูเขาไฟดาลลอล เป็นปล่องภูเขาไฟอันลือชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ในแอ่งดานาคิล (Danakil Depression) แอ่งรูปพัดกว้างใหญ่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50° เซลเซียส โดยแอ่งแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล (Danakil Desert) ทะเลทรายที่อยู่ในเขตพื้นของสามเหลี่ยมอะฟาร์ (Afar Triangle) ประเทศเอธิโอเปีย

     โดยจุดที่ลึกที่สุดในทะเลทรายดานาคิลคือ แอ่งดานาคิล ที่มีความลึกประมาณ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆในเขตทะเลทรายดานาคิลแห่งนี้ คือ การทำเหมืองเกลืออันมีชื่อเสียงที่ยังใช้การขนส่งโดยคาราวานอูฐเท่านั้น 


ภูเขาไฟดาลลอล สวยอันตราย สถานที่ในโลกที่คุณไม่ควรไปเยือน
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

สาวกแอปเปิ้ล สุดเห่อ แห่รอคิวซื้อ นิว ไอแพด ข้ามวัน


วันที่ 16 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า สาวกแอปเปิ้ล 10 ประเทศทั่วโลกได้แก่ ออสเตรเลีย แคนนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ต่างแห่มาเข้าแถวซื้อ นิว ไอแพด หรือที่นิยมเรียกกันว่า ไอแพด 3 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดของแอปเปิ้ลอย่างเนืองแน่นตั้งแต่กลางดึก
  
 โดยนครซิดนีย์และนครเมลเบิร์น เป็นพื้นที่แรกของโลกที่ลูกค้าได้เป็นเจ้าของไอแพดตัวใหม่ก่อนใคร เนื่องจากบริษัทมือถือเทเลสตราของออสเตรเลียเปิดขายก่อนหน้าร้านแอปเปิ้ลจะเปิด 8 ชั่วโมง โดยผู้ที่ได้เป็นเจ้าของคนแรกของโลกชื่อนายเดวิด ทาราเซนโก วัย 34 ปี ผู้จัดการบริษัทก่อสร้าง

 ส่วนที่สิงคโปร์ สาวกแอปเปิ้ลหลายร้อยเข้าแถวยาวบนถนนออชาร์ดเพื่อรอซื้อไอแพดซึ่งเปิดขายหลังเที่ยงคืนวันที่ 15 มี.ค. เช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นที่ต่อคิวอยู่หน้าร้านแอปเปิ้ลในย่านกินซ่าที่กรุงโตเกียวทั้งคืน ด้านฝรั่งเศส ฝูงชนจำนวนมากเข้าแถวหน้าร้านแอปเปิ้ลในกรุงปารีส ซึ่งรวมถึงลูกค้าหลายคนที่บินมาจากอิตาลี และโปแลนด์ เพราะไอแพด3 จะขายในยุโรปสัปดาห์หน้า
  _
 ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า แอปเปิ้ลจะเลื่อนวางขายไอแพด 3 เป็นวันที่ 19 มี.ค. แต่ในที่สุดก็ขายตามกำหนดเดิมคือ 16 มี.ค.
สาวกแอปเปิ้ล สุดเห่อ แห่รอคิวซื้อ นิว ไอแพด ข้ามวัน
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email