เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ว้าวว !!ไปชม พิพิธภัณฑ์ โดราเอมอนและผองเพื่อน ที่ญี่ปุ่น

เพื่อน ๆ หลายคนคงจะได้ข่าวการเปิดตัวของ Fujiko F Fujio Museum ที่จะเปิดให้บริการกันในวันที่ 3 กันยายน ปีนี้จากช่วง Japanist News ของ marumura  หรือจากสื่อต่าง ๆ กันไปบ้างแล้วใช่ไหมค่ะ  วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าดินแดนในฝันแห่งใหม่ของญี่ปุ่นแห่งนี้มีไฮไลท์ อะไรน่าสนใจกันบ้าง  ตามมาเลยค่ะ 


พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บรักษา และเผยแพร่ผลงานผลงานของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น Fujiko F Fujio มีชื่อจริงว่า Hiroshi Fujimoto ผู้สร้างสรรค์การ์ตูนชื่อดังมากมายที่บ้านเรา และทั่วโลกรู้จักกันดีอย่าง โดราเอมอน  ผีน้อยคิวทาโร่ นินจาฮัตโตริ ปาร์แมน  ฯลฯ  พิพิธภัณฑ์นี้ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 12 ปี  โดยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดย Fujiko Pro Co.,Ltd บริษัทผู้ผลิตการ์ตูนลงทุนก่อสร้างตัวพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่ จังหวัด Kawazaki ลงทุนด้านการจัดหาที่ดิน และสาธารณูปโภคต่างๆ รอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ และร่วมกันบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ในนามของ Fujiko Museum Co.,Ltd.


สำหรับ การซื้อบัตรเข้าชมนั้น เป็นระบบจองที่จะต้องระบุวันและเวลาล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งในแต่ละวันจะเข้าชมได้เพียง 4 รอบๆ ละ 500 คน โดยสามารถจองบัตรได้ที่ร้านสะดวกซื้อ Lawson ทุกสาขาทั่วประเทศ รายละเอียดบัตรเข้าชมติดตามได้ที่นี่เลยค่ะ >> เดินทางไป Fujiko F Fujio Museum


ภาพบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์  และ Lobby ที่ไม่ว่าจะเป็นบนเพดานและกำแพงจะถูกตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนต่าง ๆ มากมาย











มี Shuttle Bus ที่ตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนยอดฮิต Doraemon ไว้ตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมือจับ ปุ่มกดลงป้าย แต่ขอกระซิบว่ามีค่าบริการด้วยนะคะ ไม่ได้ฟรีค่ะ ^^


   ที่นี้เราก็เข้ามาในตัวอาคารกันบ้าง  สำหรับ ไฮไลท์แรกที่จะแนะนำก็คือ  ห้องแสดงผลงานต้นฉบับของ Fujiko F Fujio ที่เก็บรวบรวมผลงานทั้งหมดกว่า 50,000 ฉบับ  แล้วก็คัดเลือกมาจัดแสดงไว้ประมาณ 150 ฉบับ  ที่น่าสนใจก็คือ ต้นฉบับแต่ละชิ้นไม่ได้นำมาวางโชว์ไว้เฉย ๆ แต่จะพยายามหาพร็อพต่าง ๆ มาประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมไว้ด้วย

ห้องแสดงผลงานต้นฉบับมากมายที่ถูกตกแต่งไว้อย่างน่าสนใจ

 _ 

บริเวณใกล้ ๆ ต้นฉบับจะถูกตกแต่งด้วยพร็อพต่าง ๆ ที่ถูกวางไว้คู่กันเหมือนกับว่าการ์ตูนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่จริง ๆ


ภาพเปรียบเทียบระหว่างต้นฉบับที่มาจากปลายพู่กันของ Fujiko F Fujio กับหน้าปกหนังสือการ์ตูนที่ถูกพิมพ์จำหน่ายจริง


มีมุมแสดงขั้นตอนการเขียนการ์ตูนด้วย


ไฮไลท์ ถัดไปก็คือ  การรวบรวมของรัก ของสะสมต่าง ๆ  เช่นหนังสือ เอกสารที่ใช้ในการค้นคว้าเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อนำมาเขียนการ์ตูน  ซากฟอสซิลไดโนเสาร์ และของอื่น ๆ อีกมากมาย กว่า 10,000 ชิ้น ที่ขนมาจากบ้านของ Fujiko F Fujio เพื่อมาจัดแสดงไว้ในพิพิทธภัณฑ์นี้

หิ้งหนังสือที่แสดงถึงแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาของ Fujiko F Fujio ที่สูงสร้างขึ้นมาด้วยความสูงถึง 8.5 เมตร


ไปรษณียบัตร และการ์ดอวยพรจากอาจารย์ โอซามุ เท็ตซีกะ นักวาดการ์ตูนที่ Fujiko F Fujio ชื่นชมเป็นที่สุด และยังเป็นผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่อาชีพนักวาดการ์ตูนของเขาด้วย


พาสปอร์ตของ Fujiko F Fujio ที่เขาเก็บรวบรวมไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเขาได้เดินทางไปที่ใดในโลกนี้มาแล้วบ้าง


หุ่นเชิดเรื่องลูกหมูสามตัว ที่ Fujiko F Fujio ทำขึ้นเองกับมือให้แก่เด็ก ๆ ทั้งหลาย


ไฮไลท์ ถัดไปของพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ  พื้นที่สีเขียวด้านนอกที่ถูกตกแต่งสเหมือนว่าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกของ การ์ตูน ที่คุณชื่นชอบ และเด็ก ๆ ก็สามารถวิ่งเล่นได้อย่างเต็มที่  และพื้นที่ภายในอาคารที่ถูกจัดและตกแต่งให้เป็นมุมอ่านการ์ตูน   มุมเล่นเกมส์ ลานเล่นของเด็กเล็ก เรียกว่าถ้าได้เข้าไปแล้วไม่อยากจะกลับออกมากันเลยทีเดียว

สวนสวย ๆ ที่ตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนต่าง ๆ ที่คุณชื่นชอบ ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นและถ่ายรูปกันได้อย่างจุใจ


จำลองลานว่างในการ์ตูนเรื่องโดราเอมอนมาให้คุณได้สัมผัสกันจริง ๆ


โอวแม่เจ้า!!!  ถ้ามีอันนี้จริง คงจะได้แวะไปเที่ยวญี่ปุ่นทุกวัน วันละสามเวลาเลย


ปาร์แมนเบอร์ 1 กับบู้บี้ ก็อยู่ด้วยนะ



มุมเล่นเกมส์กว้างของน้อง ๆ ค่ะ


มุมอ่านหนังสือการ์ตูน


ลานเล่นของเด็กเล็ก Kids Space


ต่อไปก็ถึงคิวของปากท้องกันแล้วค่ะ  ที่ Museum Café คุณจะเลือกอิ่มอร่อยไปได้กับเมนูต่าง ๆ ที่สั่งมาแล้วแทบจะไม่อยากกิน เพราะเสียดายความน่ารักของมัน  ไม่ว่าจะเป็น  ข้าวหน้าหมูทอด Giant Katsudon  เครปช็อคโกแลตที่มาในรูปของทรงผมสุดเท่ห์ของซูเนะโอะ  กาแฟลาเต้หน้าตัวการ์ตูนต่าง ๆ และสุดท้ายก็จบด้วยร้านขายของที่ระลึกที่มีให้คุณเลือกซ้อปกว่า 400 รายการ

เมนูอาหารของ Museum Café


กาแฟลาเต้ร้อนลายตัวการ์ตูนต่าง ๆ

พิธีร่วมเรียงเคียงหมอน เสริมสิริมงคลบ่าวสาว สำหรับคู่รัก ลองดูนะ



พิธีร่วมเรียงเคียงหมอน (Bride International)

Thai Tradition By : Thun

          นอกจากพิธีแห่ขันหมากหรือรดน้ำสังข์แล้ว ยังมีอีกพิธีเกี่ยวกับการแต่งงานของไทย ที่หลาย ๆ ท่านอาจจะลืมนึกถึงกันไปและนี่ก็เป็นอีก 2 พิธีการ เกี่ยวกับการแต่งงานแบบไทยที่น่าสนใจ ที่คนไทยยุคใหม่อาจจะลืมเลือนไป นั่นคือ พิธีส่งตัวเข้าหอ และ พิธีปูที่นอน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พิธีร่วมเรียงเคียงหมอน


พิธีส่งตัวเข้าหอ

          ผู้ใหญ่จะนำเจ้าสาวเข้ามาส่งตัวในห้องหอ ซึ่งเจ้าบ่าวเข้ามาคอยอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้เข้ามาพร้อม ๆ กัน การส่งตัวไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนสำคัญของพิธีอยู่ที่คู่ผู้ใหญ่ ซึ่งทำพิธีปูที่นอนนั้นพาเจ้าบ่าวเข้ามาในห้องหอเจิมหน้าผากอวยพร จากนั้นค่อยนำเจ้าสาวเข้าห้องหอตามมา โดยเจ้าสาวต้องกราบพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายของตัวเอง เพื่อเป็นการขอพร เมื่อเจ้าสาวเข้ามาในห้องหอแล้ว แม่เจ้าสาวต้องเป็นผู้พามามอบให้กับเจ้าบ่าวพร้อมพูดจาฝากฝังให้ช่วยดูแล จากนั้นจะกล่าวให้โอวาทเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ ในขั้นตอนนี้ธรรมเนียมบางท้องถิ่น จะให้พ่อแม่เจ้าสาวเป็นผู้กล่าว

          ในพิธีการส่งตัวเข้าหอ ยังมีความเชื่อในเรื่องของการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ด้วย ดังนี้...

           1. กราบขอพรกับพ่อแม่เพื่อเป็นสิริมงคลต่อคู่ชีวิต

           2. กราบพระแก้วมรกต, รัชกาลที่ 5, เจ้าแม่กวนอิม, พระประจำเมืองให้คุ้มครองชีวิตคู่ให้อยู่เย็นเป็นสุข จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

           3. กราบ 6 ทิศ เสริมดวงและความเชื่อต่าง ๆ


พิธีร่วมเรียงเคียงหมอน หรือพิธีปูที่นอน

          เริ่มจากการจัดปูที่นอนในห้องหอคืนส่งตัว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของคู่บ่าวสาวต่อไปในอนาคต ในสมัยก่อนนั้นพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวจะเชิญผู้ใหญ่คู่สามีภรรยา ซึ่งชีวิตครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม อีกทั้งยังมีบุตรที่เป็นคนดี สร้างความภาคภูมิใจให้ครอบครัว เพื่อถือเคล็ดว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้มีชีวิตคู่ที่ดี

          เช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่ทำพิธีปูที่นอนนี้ต้องอาบน้ำให้สะอาด แต่งตัวเรียบร้อยสวยงามดีก่อน แล้วจึงเข้ามาในห้องหอ เพื่อจัดเรียงหมอน 2 ใบ แล้วปัดที่นอนพอเป็นพิธี ไม่จำเป็นต้องปูที่นอนเองทั้งหมดจริง ๆ ก็ได้ จากนั้นจัดวางข้าวของประกอบพิธีลงบนที่นอน อันได้แก่...

           1. หินบดยาหรือหินก้อนเส้า ซึ่งใช้ก่อไฟในครัว หมายถึงความหนักแน่น

           2. ฟักเขียว หมายถึงความอยู่เย็นเป็นสุข

           3. แมวคราว (แมวตัวผู้ที่อายุมากแล้ว) หมายถึงการอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน

           4. พานใส่ถุงข้าวเปลือก งา ถั่วทองหรือถั่วเขียว ซึ่งล้วนหมายถึงความเจริญงอกงาม

           5. ขันใส่น้ำฝน เป็นความเย็น ความสดชื่นชุ่มฉ่ำ

          พิธีร่วมเรียงเคียงหมอนในปัจจุบันนั้น เหลือเพียงการทำแค่พอเป็นพิธีเท่านั้น และเนื่องจากวัฒนธรรมไทยมีความเชื่อในเรื่องของความกตัญญูรู้คุณ โดยเชื่อกันว่าการเนรคุณต่อผู้ที่ปูที่นอนให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว จะทำให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีอันเป็นไป ซึ่งจริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่นัยความจริงอยู่ที่ว่าผู้ที่ได้รับเลือกให้มาเป็นผู้ปูที่นอนให้นั้น ย่อมถือว่าผู้นั้นเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่อง ควรเคารพนับถือของเจ้าบ่าวเจ้าสาว และพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย

          อย่างไรก็ตาม พิธีเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมา เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวคู่บ่าวสาวเท่านั้นการใช้ชีวิตคู่จำเป็นจะต้องมีอีกหลายสิ่งที่ควรยืดมั่นทั้งความซื่อสัตย์ ความเข้าใจ รวมถึงการให้อภัย ที่จะทำให้ชีวิตคู่ของคุณกลายเป็นครอบครัวที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ

ซุปเปอร์ ฮีโร่ พันธ์ใหม่ ที่เกิดจากยักษ์ใหญ่ Disney และ Marvel ร่วมมือกัน

10 อันดับ คอนโดฯ ที่แพงที่สุด ในประเทศไทย ประจำปี 2554


10 อันดับ คอนโดฯ ที่แพงที่สุด ในประเทศไทย ประจำปี 2554 
ขึ้นชื่อว่า คอนโดฯ คงเป็นที่อยู่อาศัยที่ใครหลายๆคนปราถนา เพราะนอกคำว่ามีระดับอยู่แล้วนั้น ทั้งทางด้านการบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในนั้นก้อต้องเรียกด้วยว่าชั้นเลิศ!! อีกด้วย
ขนาดถูก Lottery ที่ ๑ ซั๊กใบยังซื้อม่ายด้าย ต้องถูกแบบเป็นชุด ง่ะ
เอาเป็นว่ามาดูคอนโดฯ ที่มีราคาสูงปรี๊ดดดด .. ที่สุดในปี 2554 กันเลยดีกว่า เผื่อใครสนใจอยากจะซื้อไว้บ้างซักห้อง   อันดับ 10. ตกเป็นของThe Park Chidlom สนนราคาผู้ที่อยากเป็นเจ้าของอยู่ที่ The Park Chidlom 130,000 - 200,000บาท/ตร.ม. ราคาประมาน 18-128 ล้านบาท ก็ชิดลมนี่  
   
 ส่วนอันดับ 9. ในปีนี้ตกเป็นของ The Met สำหรับตึกของ The Met  ในปี 2011นี้ ถูกจัดให้เป็น ตึกที่สวย ที่สุดในโลก อันดับ 3(เหรียญทองแดง) ของโลก กันด้วย (อันดับ 1 คือ ตึก Aqur ของ สหรัฐฯ) สนน ราคาอยู่ที่ ก็มิแพงมาก 130,000 - 200,000 บาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12-109 ล้านบาท เท่านั้น ไม่รู้ที่ใด น่าจะพระราม ๑ 
  อันดับ 8. Royce Private Residences สนนราคาอยู่ที่ 135,000 - 200,000 บาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15-92 ล้านบาท พื้นที่ 111.7-462 ตารางเมตร สนามยังกะแวร์ซายส์ ไม่รู้ที่ใดด้วย     
 อันดับ 7. Le Raffine 'Jambu Dvipa' Sukhumvit 39 (ตึกนี้ตอนกลางคืนจะเปิดไฟสวยมาก)ตั้งอยู่ ณ สุขุมวิท สนนราคาแค่นี้ เบาะๆ ..  160,000-224,500 บ./ตรม. ราคาประมาณ 27-157 ล้านบาท เท่านั้น ใกล้บ้านนายกอภิสิทธิ์ ชื่อแขกๆ
 
 อันดับ 6. ได้แก่   Q Langsuan (คิว หลังสวน) สนนราคาผู้อยากจับจองอยู่ที่ 175,000-250,000บาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12.8 -126 ล้านบาท ไปชอบปิ้งเซ้นทรัลชิดลมสบายเลย ระวังเสื้อแดงราชประสงค์เด้อ     
แล้วก็มาถึงครึ่งทางกันแล้วนะคะ อันดับที่ 5. ได้แก่ The Residences at the St. Regis สนนราคาสำหรับไอโซอยู่ที่ 215,000-240,000 ราคาเริ่มต้น 69-218 ล้านบาท ชมแข่งม้าสบายเล้ย ติดสถานี BTS ราชดำริด้วย     
อันดับ 4. ตกเป็นของ BAAN RATCHADAMRI เป็นโครงการของ แสนสิริ สนนราคาอยู่ที่ 220,000 -320,000 บาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาน 60 -132 ล้านบาท เท่านั้นเอง ใกล้ราชประสงค์ เสื้อแดงขึ้นไปยึดได้มั้ย
  
  อันดับ 3. ตกเป็นของ THE SUKHOTHAI RESIDENCES ดิชั้นไม่อยากจะพูดไรมาก เอาเป็นว่ามาดูราคาเลยละกัน สนนราคาอยู่ที่ 200,000 -350,000 บาท/ตร.ม. ราคา 40 -400 ล้านบาท ใกล้วังสวนจิตรลดาด้วย      
 อันดับ 2. และแล้วก็มาถึงอันดับ 2. ในปีนี้ได้แก่ 185 Rajadamri นี่ก็ใกล้ สถานี BTS ราชดำริ ดูแข่งม้าได้อีก สนน ราคา ผู้ที่อยากครอบครองความหรูหรานี้ อยู่ที่ประมาน 179,000 -380,000 บาท/ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12 - 332 ล้านบาท 
 
 และแล้วก็มาถึงอันดับ 1. คอนโดมิเนียมที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในประเทศไทย ใกล้สีลมและกลิ่นอายจากแม่น้ำเจ้าพระยา
กลางย่านธุรกิจเมืองหลวง ได้แก่ ...   MahaNakhon (มหานคร)
แล้วนี่ก็คือโฉมหน้าของ คอนโดฯ ที่ทั้งสวย และหรู และไฮโซที่สุดของเมืองไทย ตึกที่ออกแบบได้ สวย มากๆ ยังกะตึกแฝด WTC ที่ถูกถล่มใน NYC เมื่อ 9-11-2001  สนนราคาสำหรับความหรูหราและความเป็นที่ 1 ในประเทศ ประมาณ 250,000-400,000 บาท/ตรม. เริ่มต้น 30- 300 ล้านบาท เท่านั้นเอง เดินไปขึ้น BTS สบายเลย น่าจะมีบริการรถรับส่งไป BTS ด้วย
       เมื่อเห็นกันแล้ว ไฮโซท่านใด อยากจะลองไปติดต่อขอจองไว้ก่อนซั๊กห้องไหม
 
เฮ้อ!! ฝรั่งมังค่า นักธุรกิจ Trillionaire มาจับจองซื้อไว้หมด      ก็น่าจะมี ลานจอดและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มั่ง เพราะต่อไปก็จะมีการบินเสรีในย่านธุรกิจ กทม. มีบริการเฮลิคอปเตอร์แท๊กซี่หรือเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email