เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

3 นวัตกรร มบำบัด ทางเลือก เพื่อ "เด็กพิเศษ"


 แม้ในปัจจุบันยังไม่มียาใดที่รักษาอาการหรือสาเหตุหลักของโรคออทิสติกได้ แต่วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีในการดูแลเด็กที่มีภาวะออทิสติกและโรคสมาธิสั้น 
       
       วันนี้ทีมงาน Life & Family มี 3 นวัตกรรมการบำบัดที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในขณะนี้จากรพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์มาฝากกัน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ หรือมีความต้องการพิเศษ เริ่มจาก
       
        Hemoencephalogram (HEG) 
       
       เป็นเครื่องตรวจวัด และปรับกระแสการไหลเวียนของโลหิตที่ผิวสมอง ประกอบด้วย สายคาดที่ศีรษะ (Head Band) ซึ่งบรรจุ Infrared Spectrophotometer เพื่อตรวจสอบการอิ่มตัวของออกซิเจนในเส้นเลือดฝอยที่ผิวสมองและสะท้อนกลับมาที่หนังศีรษะ ตรวจวัดได้โดย Photoelectric Cells ซึ่งส่งไปวิเคราะห์ข้อมูลที่เครื่อง Biocomp เพื่อแปลข้อมูลและป้อนกลับให้ผู้ฝึกมองเห็นและเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมทางจอคอมพิวเตอร์
Hemoencephalogram (HEG)
        HEG ถือเป็น Neuro feedback แบบใหม่ที่พบว่าไม่มีผลกระทบทางด้านลบแต่อย่างใด จึงนำมาร่วมใช้ในการบำบัดโรคสมาธิสั้น โรคออทิซึม และภาวะอื่นๆ ที่มีสาเหตุจากความผิดปกติในหน้าที่ของระบบประสาทได้เป็นอย่างดี โดยใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์นำทางเพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าทำอย่างไร จึงจะสามารถสร้างสมาธิความตั้งใจได้ โดยดูจากกระบวนการป้อนกลับที่ผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ที่เป็นลักษณะของกราฟแท่ง และอาจจะมีเสียงดนตรีเพื่อความเพลิดเพลินเมื่อเด็กได้รับการฝึกฝนให้เรียนรู้ในการนั่ง สร้างความตั้งใจ และสมาธิด้วยเครื่องเอชอีจีแล้ว เด็กก็จะสามารถเรียนรู้ได้ว่าขณะที่ตนเองนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียนควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร จึงจะฟังคุณครูสอนในชั้นเรียนได้อย่างตั้งใจ และจะเข้าใจในการเรียนการสอนในที่สุด ทำ ให้ผลการเรียนดีขึ้น หากเด็กได้รับการฝึกฝนอย่างดีแล้วก็จะสามารถมีสมาธิ และตั้งใจเรียนได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องอีก
       
        Hyperbaric Chamber 
       
       เป็นเครื่องมือที่ใช้การบำบัดด้วยออกซิเจน ความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy) เป็นการรักษาผู้ป่วยด้วยการหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในขณะที่ผู้ป่วยเข้าไปอยู่ภายใต้สภาพความกดบรรยากาศสูงที่มากกว่า 1 บรรยากาศ ในเครื่องปรับบรรยากาศ (Hyperbaric Chamber) ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับการให้ออกซิเจนที่ความกดบรรยากาศปกติ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ไฮเปอร์แบริค คอยดูแลตลอดเวลา ซึ่งใช้เวลาโดยประมาณ 90-120 นาที ต่อครั้ง จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการรักษาในระยะแรก Hyperbaric Chamber ถูกนำมารักษาผู้ป่วยโรคน้ำหนีบซึ่งเป็นภาวะสมองขาดเลือดจากการอุดตันของก๊าซไนโตรเจนในนักดำน้ำ ตลอดจนการรักษาฝีในสมอง การติดเชื้อที่แผล การติดเชื้อที่กระดูก และแผลเรื้อรังจากการฉายแสง
Hyperbaric Chamber
       ต่อมาได้มีการนำมาใช้รักษาฟองอากาศอุดตันในกระแสเลือด หรือพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ การรักษาแผลติดเชื้อคลอสตริเดียมที่กล้ามเนื้อ แผลฉกรรจ์จากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน หรือ ตึกถล่ม แผลที่มีปัญหาในการหายของแผล เช่น แผลเบาหวาน แผลผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อ แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ตลอดจนภาวะโลหิตจางจากการสูญเสียเลือด
       
       แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ได้มีการนำ Hyperbaric Chamber นี้มาบำบัดผู้ป่วยที่มีอาการของโรคออทิซึมในเด็กด้วย ปัจจุบันการรักษาด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งพบว่าเด็กมีอาการดีขึ้นทั้ง 5 ด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ด้านสังคม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษาและการช่วยเหลือตนเอง อีกทั้งไม่พบผลข้างเคียงในการรักษา จากการสัมภาษณ์ผู้ปกครองรู้สึกว่าเด็กดีขึ้น เช่น สมาธิดีขึ้น สื่อสารดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น แต่ทั้งนี้เด็กก็ต้องได้รับการรักษาด้วยการกระตุ้นพัฒนาการ และการรักษาอื่นๆ ประกอบกันด้วย มีแนวทางการรักษาหลายวิธีที่ทำให้ออทิสซึมดีขึ้นปัจจัยที่เป็นสาเหตุก็มีอยู่หลายปัจจัย จึงควรใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน การรักษาจึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น
       
        Snoezelen Room 
       
       เป็นห้องที่ออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมภายในห้องเหมาะกับวิธีการกระตุ้นการรับรู้และความรู้สึกที่หลากหลาย ที่เรียกว่า Multisensory อันได้แก่ การมองเห็น, การได้ยิน, การได้กลิ่น, การรับสัมผัส และการเคลื่อนไหว โดยมีหลักการง่ายๆ ก็คือ ช่วยส่งเสริมการเล่น การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากประสาท การรับรู้ความรู้สึกหลาย ๆ ด้านดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น อาทิ การใช้แสง สีและเสียง ระบบประสาทการรับความรู้สึกเหล่านี้ต่างส่งผลต่อลูกน้อยทั้งในแง่ของการกระตุ้นเร่งเร้าหรือช่วยทำให้สงบ และผ่อนคลายได้เหมือนๆ กัน เปรียบเสมือนกับการที่เราถูกกระตุ้นเมื่ออยู่ในโรงหนัง หรือ รู้สึกสงบสบาย เมื่ออยู่ในสปานั่นเอง
Snoezelen Room
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงนึกสงสัยว่า ระบบประสาทการรับความรู้สึกเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับสมาธิของลูกน้อยได้อย่างไร อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองนึกถึง ตอนที่เไปดูภาพยนตร์แอคชั่นต่อสู้บู๊ล้างผลาญ ลำพังถ้าได้ดูเพียงแค่ภาพคนต่อสู้กันก็คงจะไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ลองมีระบบเสียงรอบทิศทางเข้ามาประกอบด้วยก็คงทำให้เราตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ถ้ายิ่งโรงภาพยนตร์บางโรงมีระบบภาพยนตร์ 3 มิติด้วยละก็คงจะตื่นเต้น เร้าใจมากขึ้นอีกหลายเท่า ขนาดว่าหนังจบไปตั้งนานแล้วแต่ก็ยังตื่นเต้นไม่หายเลย
       
       แต่ในอีกสถานการณ์หนึ่ง คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยไปนวดผ่อนคลายตามสปาต่าง ๆ กันมาบ้าง ลองสังเกตตั้งแต่บรรยากาศภายในสปา การจัดสภาพแวดล้อม การใช้แสงสลัวๆ บางแห่งอาจได้ยินเสียงน้ำตกเบาๆ การถูกนวดสัมผัสร่วมกับการใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆ หากใครได้เข้าไปใช้บริการก็คงรู้สึกสบาย ผ่อนคลายไม่ต่างกันเป็นแน่แท้ จะเห็นว่าที่ยกตัวอย่างมานั้น ระบบต่างๆ ที่ได้กล่าวมาล้วนแต่มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น ในลูกน้อยก็คงไม่แตกต่างกัน ระบบประสาทการรับความรู้สึกเหล่านี้ต่างส่งผลต่อลูกน้อยทั้งในแง่ของการกระตุ้นเร่งเร้า หรือช่วยทำ ให้สงบและผ่อนคลายได้เหมือนๆ กัน
       
        ถึงแม้ว่าจะมีนวัตกรรมการบำบัดทางเลือก หรือมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยอย่างไร คงไม่เท่ากับความรัก และความใส่ใจของพ่อกับแม่ที่มีต่อลูกคนพิเศษ 

จ๊ะ "คันหู" Jazz version ดูดีจนแทบจำไม่ได้เลย



video << คลิ๊กที่นี่ เพื่อรับชมผ่านระบบมือถือ ^^

จ๊ะ "คันหู" Jazz version  ดูดีจนแทบจำไม่ได้เลย

9 สุดยอด"ดาราสาว" นางงามวงการบันเทิง !


 


Miss Entertainment !! (ภาพยนตร์บันเทิง)
เรื่อง : Little Smile (^_^)v

            การประกวดสาวงามเวที "Miss Thailand World" เพิ่งผ่านพ้นไปค่ะ หันกลับมามองในวงการบันเทิง จะเป็นไรไปเสียหากภาพยนตร์บันเทิงจะจัดการประกวดนางงามบันเทิงกับเขาดูบ้าง งานนี้ต้องรีบอ่านใครคว้าตำแหน่งใด ในเวทีนี้ไปครอง...



นุ่น วรนุช 

   นางงามผมสวย

            ไม่ต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้เมื่อยตุ้ม เพราะคนที่เหมาะกับตำแหน่งนี้มากที่สุดคือ "นุ่น" วรนุช ภิรมย์ภักดี จากการการันตีด้วย โฆษณาแชมพูสระผมยี่ห้อหนึ่ง กินเวลานานกว่า 5 ปีแล้ว เป็นการคอนเฟิร์มให้รู้ว่าผมเธอสวยจริง ปิ๊งจริงนะค้า...า



เกรซ กาญจน์เกล้า

  
   นางงามผิวสวย

            เป็นผิวขาวที่สาวทุกคนอยากได้ ก็ต้อง "เกรซ" กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ความขาวของเธอเด้งเข้าตาประดุจดังหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ ที่ส่องสว่างได้ในที่มืด แม้สาวเกรซจะทำงานกลางแจ้งหนักขนาดไหน แต่ผิวใสๆ ก็ไม่เคยหมองสักครั้ง



 แพนเค้ก เขมณิจ 

   นางงามสุขภาพดี

            งานเยอะแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน ทั้งงานหลวง งานราษฎร์ถ่ายละคร รับอีเวนต์ไม่เว้นวัน แต่ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ ก็ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดพักงานสักครั้ง ข้อมอบตำแหน่งนางงามสุขภาพดีเป็นเลิศให้กับเธอ สืบเนื่องจากการดูแลร่างกายอย่างดี แม้พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่เธอก็ไม่เคยเกิดอาการเซโรงังสักครั้งค่ะ



ชมพู่ อารยา 

   นางงามหุ่นสวย

            ถึงจะเคยเป็นนางเอกสาวอวบมาก่อน แต่วันนี้ "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต ก็รีดไขมันขจัดเซลลูไลท์จนกลายเป็นนางเอกหุ่นเป๊ะเป็นที่ชื่นชมของสาวๆ ทั้งหลายได้ในพริบตา ไม่ต้องแปลกใจเลยล่ะค่ะ ที่ภาพยนตร์บันเทิง ขอร่วมชื่นชมและมอบตำแหน่งนางงามหุ่นสวยให้กับเธอคนนี้



   นางงามบุคลิกภาพ

            เรื่องบุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญ ทีสาวๆ ในวงการต้องรู้จักการวางตัวให้ดี ตำแหน่งนี้เลยมอบให้กับ "จุ๋ย" วรัทยา นิลคูหา สาวคนนี้มีบุคลิกภาพที่ดีเลิศ ไม่ใช่แค่การวางตัวแต่หมายรวมไปถึงการพบปะพูดคุย เธอเข้าได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้อย่างน่ารัก ขนาดล่าสุดมีข่าวลือเธอจะย้ายไปอยู่วิก 3 ทั้งๆ ที่ยังมีสัญญากับ 7 สี เธอยังสงวนท่าทีในการตอบและออกตัวชัดว่าวันนี้ยังไม่ใช่ การตัดสินใจดี พูดจาดีมีหลักการ เสริมความงามด้านบุคลิก จนพิชิตตำแหน่งนี้ไปได้ค่ะ



แอฟ ทักษอร 


   นางงามอย่างไทย

            มารยาทงาม รู้กาลเทศะ และมีสัมมาคารวะทุกครั้ง ยกให้กับ "แอฟ" ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ค่ะ เพราะไม่ว่าเจอเธอที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาใด สาวแอฟก็จะกระพุ่มมือไหว้ได้สวยสดทุกครั้ง กิริยาการนั่ง เดิน ยืน แม้กระทั่ง การหัวเราะพูดคุย ก็ดูเย็นตาเย็นใจ เป็นสาวงามอย่างไทยตัวจริงเสียงจริง


เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ 


   ขวัญใจนางงาม

            เป็นขวัญใจของนางงามและเพื่อนพ้องทั้งหลายค่ะ สำหรับ "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" เอ้า! ไม่เชื่อลองกลับไปอ่านข่าวล่าสุด ว่าเพื่อนๆ เลิฟเธอถึงขั้นประกาศตามหาตัวเธอในทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว ก็แหม...ช่วงนี้สาวเจนี่มีแฟน ก็เลยติดแฟนจนไม่มีเวลาให้เพื่อนเอาเป็นว่าต้องบริหารเวลาให้ทั้งเพื่อนและ แฟนเฉลี่ยแล้วพอ ๆ กันนะจ๊ะ



พลอย เฌอมาลย์ 

   ขวัญใจประชาชน

            ขยับทำอะไรนิดหน่อย ชื่อของ "พลอย" เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ก็จะถูกพูดถึงทุกครั้ง แม้หลายคนจะแอบเม้าท์ว่าเธอเหวี่ยงถึงเพียงไหน แต่คาแรกเตอร์ความเป็นคนพูดจริง ทำจริง และพูดตรงของเธอก็โดนใจประชาชนทั่วประเทศ นอกจากจะมีทั้งผลงานและฝีมือ เป็นเครื่องการันตีความชื่นชอบของแฟน ๆ บุคลิกที่เธอกล้าที่จะออกมาบอกถึงความรู้สึกแบบไม่เฟก ไม่ปิดบังความห้าวหาญตรงนี้ส่งสัญญาณเตือนคนชอบเม้าท์ ถ้าคิดจะเผาเธอควรระวังไว้ให้ดี เพราะเธอคือคนจริง ที่พร้อมจะลุยกับทุกสถานการณ์ นั่นยิ่งทำให้แฟน ๆ เลิฟในตัวเธอยิ่งขึ้นไปอีก

 

   ขวัญใจช่างภาพ

            งานไหนงานนั้น ถ้ามี "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ ออกงาน พึงระลึกไว้เสมอว่า ควรหาที่ยืนหลบมุมให้ดี เพราะเมื่อไหร่ที่เธอก้าวเท้าเข้างาน กองทัพสื่อมวลชน ช่างภาพไม่ว่าทีวีหรือภาพนิ่ง จะวิ่งตามเธอเปรียบได้ดังม็อบย่อยๆ ทันทีทันใด เพราะขึ้นชื่อว่าอั้มซะอย่างไม่เคยทำให้ช่างภาพผิดหวังสักครั้ง แล้วตำแหน่งขวัญใจช่างภาพจะตกไปอยู่กับใครได้ ถ้าไม่ใช่สาวคนนี้

            นี่ล่ะค่าเวทีนางงามบันเทิง จัดทำโดยภาพยนตร์บันเทิง และมอบให้กับเหล่าคนบันเทิง...ด้วยใจ รักนะจุ๊บๆ ค่ะ

อึ้ง!! พริตตี้จีนเปลือย โปรโมตงานโชว์รถยนต์ พี่จีนอีกแล้ว


Mthai News : กลายเป็นประเด็นฮอตในสังคมออนไลน์จีนอีกแล้ว หลังมีคนนำภาพและคลิปสาวพริตตี้ เปลือยกายในงานแสดงรถยนต์ ไปโพสลงในเว็บไซต์ และกลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก
ทั้งนี้งานแสดงรถยนต์ดังกล่าวจัดขึ้นที่เมือง Heilongjiang ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยพริตตี้เหล่านี้ได้มายืนโปรโมตรถในโชว์รูมรถแห่งหนึ่ง ซึ่งครั้งแรกพวกเธอสวมใส่บิกินี่ ก่อนที่จะมีการค่อยๆ ปลดชุดออกจนเปลือยกายล่อนจ้อน
ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงการส่งเสริมการขายของโชว์รูมรถแห่งนี้ ว่าไร้ซึ่งจรรยาบรรณและทำให้สังคมเสื่อมลง

เปิดเผยภาพน่าสลดใจ ของบรรดาเด็กกำพร้าหลายชีวิต ในจีน


 


 


 


 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก akustressgiler.blogspot.com

          เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ไชน่าสแม็คของจีน เปิดเผยภาพน่าสลดใจ ของบรรดาเด็กกำพร้าหลายชีวิต ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านร้างหลังเล็ก ๆ ของหญิงจีนจิตใจดีแต่ยากจนคนหนึ่ง ขณะที่ทางการไม่ได้มีเงินสนับสนุนช่วยเหลือการเลี้ยงดูเด็กพิการเหล่านี้อย่างเพียงพอ

          โดยหญิงจีนรายนี้ มีชื่อว่า หยวน ลี่ไห่ หญิงผู้โอบอ้อมอารีที่รับเลี้ยงเด็กพิการและเด็กที่ถูกทอดทิ้งมายาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งแม้ว่าตนเองจะไม่ใช่คนมีฐานะ ต้องเร่ขายของตามถนนหารายได้ไปวัน ๆ อย่างเหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็จำเป็นต้องทำให้มากที่สุดเพื่อนำเงินมาเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงดูเด็ก ๆ เหล่านี้ให้มีชีวิตรอดเรื่อยมา

           หยวน ลี่ไห่ เริ่มนำเด็กที่ถูกทอดทิ้งและเด็กพิการมาเลี้ยงดูตั้งแต่ปี 2529 และเมื่อเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะหญิงสาวผู้โอบอ้อมอารี บรรดาโรงพยาบาล ตำรวจ และหน่วยฉุกเฉินที่รู้จักกับเธอก็มักจะคิดถึงเธอทุกครั้งที่พบเด็กถูกทอดทิ้ง และส่งตัวเด็กมาให้เธอเลี้ยง ทำให้เด็ก ๆ ในบ้านร้างหลังเล็ก ๆ ของเธอทยอยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นก็ทำให้สามีของเธอขอหย่ากับเธอไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะไม่เห็นด้วยกับการนำเด็กพิการเหล่านี้มาเลี้ยงเป็นภาระ

          ขณะที่ทางการจีนเอง ก็ไม่ได้มาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างพอเพียง เพราะเด็ก ๆ ที่อยู่ในการเลี้ยงดูของเธอนั้น ถือเป็นลูกบุญธรรมของเธอ เป็นลักษณะของครอบครัว ไม่ได้เป็นหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ใด ๆ จึงเป็นไปได้ยากที่ทางการจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้เป็นประจำ แต่ก็ยังดีที่เพื่อนบ้าน หรือคนที่รู้จักเธอก็ช่วยส่งเสื้อผ้า รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ มาให้เธอได้นำไปใช้กับเด็ก ๆ บ้าง ซึ่งก็พอจะลดค่าใช้จ่ายของเธอไปได้ไม่น้อย

           หยวน ลี่ไห่ เปิดเผยว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเลี้ยงเด็กกำพร้ามารวมแล้วมากกว่า 100 คน แต่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นก็แยกย้ายกันไปหางานทำและมีครอบครัวกันหมด ขณะที่เด็กส่วนหนึ่งก็ติดเชื้อเสียชีวิตไปบ้าง เพราะไม่ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพเพียงพอ

           ทุกวันนี้ มีเด็กกำพร้าและพิการอยู่ในการดูแลของเธอทั้งหมด 39 คน บางคนเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ บางคนเป็นเด็กผิวเผือก แต่ละคนใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างลำบากในบ้านร้าง 2 หลัง ต้องนอนบนฟูกที่ทำจากฟาง มีกองฟืนกองใหญ่อยู่บนหัวนอน ที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อหากไม่ระมัดระวัง ขณะที่ในบ้านก็เกลื่อนไปด้วยกองเสื้อผ้าและรองเท้าโทรม ๆ ที่ได้รับบริจาคมา เป็นภาพที่น่าสลดใจที่คล้ายกับกำลังถามหาความเห็นใจจากหน่วยงานสังเคราะห์ หรือทางการ เพื่อให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าที่เป็น

          ทั้งนี้ ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งกำลังเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศจีน เนื่องจากพ่อแม่ส่วนใหญ่ แม้จะยินดีที่จะมีลูกในตอนแรก แต่เมื่อพบว่าลูกเกิดมาในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ก็มักจะทิ้งขว้างเด็กเหล่านี้ให้เป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ชะตากรรม ขณะที่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ดูเหมือนจะกลายเป็นธุรกิจมากกว่าการใส่ใจเด็กกำพร้าเหล่านี้อย่างแท้จริง บางแห่งก็ใช้วิธีผูกเชือกที่ตัวเด็ก เพื่อไม่ให้เดินไปซนที่ไหนได้ ขณะที่ทางสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการให้เด็กอย่างที่ควรจะเป็น
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email