เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ขอคารวะ “ฟุกุชิมะ 50” วีรบุรุษญี่ปุ่น ยับยั้ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด

นับตั้งแต่เกิดเหตุ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (ปรมาณู) ที่ ฟุกุชิมะ Fukushima เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลพวงจากเหตุ แผ่นดินไหว และ ซึนามิ (Tsunami) ครั้งร้ายแรง ก็กลายเป็นความหวาดหวั่นตามมาว่ากัมมันตภาพรังสี จะรั่วไหล พัดปลิว กระจายไปทั่วประเทศ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ประเทศใกล้เคียง ณ วันนี้ยังคงมีการติดตามต่อไปว่า จะยับยั้งการระเบิดของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เหลือที่ ฟุกุชิมะ ได้หรือไม่ 
แต่เกิดเหตุการณ์ตั้งแต่ 16 มีนาคม เป็นต้นมา คุณทราบหรือไม่ว่า ได้มีกลุ่ม วีรบุรุษ ที่ผลัดเวรเข้าไปดูแลสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้ชื่อว่าเสี่ยงตายที่สุด ทั้งรังสีความเข้มข้นสูง ความร้อนสูง และเสี่ยงเหตุระเบิด 
พวกเขาคือ ฟุกุชิมะ 50 ( Fukushima 50 ) ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคล 50 คนที่ไม่เปิดเผยชื่อต่อสื่อ ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร นักดับเพลิง คนงานโรงงานไฟฟ้า 

ด้วยเหตุที่มนุษย์ไม่สามารถทนต่อ กัมมันภาพรังสี ระดับเข้มข้นเช่นนี้ได้เกินกว่า 15 นาที จึงต้องอาศัยวีรบุรุษ นี้ทั้ง 50 คน สลับสับเปลี่ยนเวรยามกัน ในการเข้าควบคุมดูแล และใส่ชุดคลุม (เหมือนชุดมนุษย์อวกาศ คลุมหัวจนเท้า) ถุงมือหุ้มสามชั้น แต่อย่างไรก็ตาม รังสิแกมม่า ที่ปล่อยออกมาจากการรั่วไหลด้วยแรงระเบิดครั้งนี้มีความเข้มข้นมากกว่า กัมมันตภาพรังสี ปกติที่ทำให้เกิดมะเร็งถึง 4 เท่า และชุดเหล่านี้ไม่สามารถปกป้องรังสีความเข้มข้นแบบนี้ได้เท่าไหร่นัก 

ทางทีมผู้ควบคุมกล่าวว่า Retreat is unthinkable “คำว่าถอย ไม่เคยมีในหัวสมอง” ยามนี้ พวกเขาต้อง ปกป้องชีวิตอันมีค่าของประชาชนชาว ญี่ปุ่น ด้วยกันเสียก่อน การเสียสละชีวิตของคนกลุ่มนี้เป็นไปโดยสมัครใจ 

 
  
ซึ่งในขณะนี้ ประชาชนโดยรอบ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ ฟุกุชิมะ ได้เคลื่อนย้ายอพยพออกห่างไปในรัศมี 12 ไมล์ แล้ว และในระยะ 12-19 ไมล์ ประชาชนต้องอยู่ในพื้นที่ในบ้านเท่านั้น ห้ามออกจากบ้าน ซึ่งก็หมายความว่ามีแค่กลุ่ม ฟุกุชิมะ 50 ดังกล่าวที่เท่านั้น ที่ยังเสี่ยงตายอยู่ในพื้นที่ 

ภรรยาคนหนึ่งของ บุคคลในกลุ่ม ฟุกุชิมะ 50 กล่าวว่า สามีของเธอวุ่นวายกับภารกิจนี้มากเสียจนไม่มีเวลาพูดคุยอะไรกับเธอมากนัก เธอหวังเพียงแค่ให้งานสำเร็จ และให้สามีของเธอปลอดภัย 

แม้ ญี่ปุ่น จะประสบเคราะห์กรรม สึนามิ แผ่นดินไหว แต่เราก็ได้เห็นพฤติกรรม ความเป็นระเบียบในการเข้าแถวรับถุงยังชีพการช่วยเหลือ และเราก็ยังได้เห็นการเสียสละชีพเพื่อส่วนรวมของ ฟุกุชิมะ 50วีรบุรุษ ที่เสี่ยงตาย ปิดทองหลังพระ สื่อไม่มีโอกาสได้ทราบชื่อของพวกเขาด้วยซ้ำ 

 
สำนัก ข่าวต่างประเทศ เปิดเผยรายงานว่า คนงานภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 จำนวน 50 คน หรือที่เรียกว่า ฟูกูชิม่า 50 ได้ยอมรับชะตากรรมของพวกเขา ซึ่งหนึ่งในคนงาน ที่กำลังปฏิบัติภารกิจหยุดวิกฤตินิวเคลียร์ บอกว่า พวกเขายอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น 
โดยภารกิจนี้ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาจเรียกได้ว่า เป็นภารกิจพลีชีพ เนื่องจากตอนนี้ ระดับ ของสารกัมมันตรังสีภายในโรงไฟฟ้า ได้เข้าสู่ระดับที่อาจทำให้คนงานเสียชีวิตในทันที หรือไม่ก็อาจทำให้พวกเขาล้มป่วยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยชุดที่พวกเขาสวมใส่ ป้องกันการปนเปื้อนกัมมันตรังสีได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 
อย่าง ไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า  50 คน นี้เป็นใครบ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ฟูกูชิม่า 50 จริงๆ แล้วน่าจะมีคนงานรวม 200 คน ผลัดเปลี่ยนกันทำงานเป็น 4 กะ และคิดว่าทั้งหมดเป็นช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่ ที่รู้เรื่องโรงไฟฟ้าแห่งนี้ดี อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นผู้สูงวัยที่มีลูกแล้ว เพราะการเผชิญกับสารกัมมันตรังสี อาจเสี่ยงต่อการเป็นหมันได้ 
ฟูกูชิม่า 50  เสียสละทำงานเพื่อส่วนรวม หลังจากเพื่อนร่วมงาน 700 คน ถอนตัวออกไป เมื่อพบว่าระดับสารกัมมันตรังสีอันตรายเกินไป 
ทั้ง นี้ ชาวญี่ปุ่นต่างสรรเสริญในความกล้าหาญ และยกยองพวกเขาเป็นวีรบุรุษ โดย Fukuda Kensuke ที่อาศัยอยู่ในโตเกียวกล่าวว่า “พวกเขาเสียสละตัวเองเพื่อคนญี่ปุ่น ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆสำหรับผู้ที่ยังคงทำงานที่นั่น” 
  

เราขอให้ภารกิจของพวกเราสำเร็จลงด้วยดี และปลอดภัยทุกประการ ขอคารวะ “ใจ” ของคนญี่ปุ่นครับ 

อันนี้ข่าวSerch จาก Guru ของ Google เพื่อประกอบข้อมูลเพิ่มค่ะ ..!! 


สุดยอดฮีโร่กับภารกิจพลีชีพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

 

แต่ ในขณะที่การเอาชีวิตรอด คือสิ่งที่ผู้คนที่อยู่ในเมืองฟุกุชิมะต้องทำอย่างเร่งด่วน ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่หวาดกล้วอันตรายใด ๆ ของสารกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายไปทั่วบริเวณแม้แต่น้อย พวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ในฟุกุชิมะ ท่ามกลางสารกัมมันตรังสีเข้มข้นที่พร้อมจะคร่าชีวิตพวกเขาไปเมื่อไรก็ได้ 

และ ผู้คนกลุ่มนี้ ก็คือ เหล่าเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะและผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ รวมทั้งสิ้นกว่า 180 ชีวิต ที่เร่งปฏิบัติภารกิจควบคุมสถานการณ์เตาปฏิกรณ์ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งถึงแม้ว่าพวกเขาจะพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ตลอด 5 วันที่ผ่านมา และสถานการณ์ก็กลับเลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ ยังคงพยายามกันต่อไป ท่ามกลางสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลออกมาในปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบัดนี้ สารกัมมันตรังสีในชั้นบรรยากาศอยู่ในระดับอันตรายมาก จนอาจจะคร่าชีวิตมนุษย์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเลยทีเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจหรือหวาดกลัวกับอันตรายเหล่านั้นแต่ อย่างใด เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า หากพวกเขาละเลยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังเกิดไฟไหม้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ในขณะนี้แล้ว มันอาจจะเกิดระเบิดร้ายแรงขึ้น และปล่อยสารกัมมันตรังสีออกสู่บรรยากาศ คร่าชีวิตผู้คนอีกหลายหมื่นหลายแสนคนก็เป็นได้ ดังนั้น การพยายามยับยั้งมันอย่างสุดความสามารถ จึงเป็นสิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำก่อน ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้และทำให้พวก เขาต้องเสียชีวิตทั้งหมดก็ตาม 

หรือถ้าจะมองในแง่ดีที่สุด หากเจ้าหน้าที่ทั้ง 180 คนสามารถกู้สถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมาให้ดีขึ้นได้ และยับยั้งการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีได้อย่างที่คนทั่วโลกหวังให้เป็นได้ ก็ตาม แต่สิ่งที่พวกเขาเอาไปแลกกับความปลอดภัยนี้ ก็ยังคงหมายถึงชีวิตของพวกเขาอยู่ดี เมื่อระหว่างที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจอยู่ในขณะนี้ พวกเขายังคงสูดเอาสารกัมมันตรังสีเข้าไปเต็มปอด อีกทั้งยังซึมเข้าสู่ผิวและดวงตาอีกด้วย และแน่นอนว่า การสัมผัสกับสารกัมมันตรังสีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาอย่างทันทีทันใด แต่ในระยะยาวนั้น พวกเขามีความเสี่ยงมากกว่า 70% ที่จะป่วยเป็นมะเร็งในอนาคต!!!
 

โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้เปิดเผยว่า เขา รู้ว่าการปฏิบัติงานครั้ง นี้เสี่ยงมาก แต่เขาก็ไม่กลัวตาย เพราะถึงแม้เขาตาย เขาก็ตายในหน้าที่ ซึ่งในการปฏิบัติงานครั้งนี้ พวกเขาต้องทำงานกันในความมืด มีเพียงไฟฉายที่พอจะช่วยให้เขาทำงานได้สะดวกขึ้นเท่านั้น และระหว่างปฏิบัติงาน เขาก็จะได้ยินเสียงระเบิดเป็นระยะ ๆ จากการที่ก๊าซไฮโดรเจนรั่วออกมาจากเตาปฏิกรณ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนทีมเจ้าหน้าที่เทคนิค หรือที่เรียกว่าทีม ฟุกุชิมะ 50 ก็ต้องหายใจผ่านเครื่องช่วยหายใจ และแบกถังอ๊อกซิเจนหนักอึ้งอยู่บนหลังตลอดเวลา และชุดจัมพ์สูทสีขาวมิดชิดเพื่อป้องกันสารกัมมันตรังสีซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขาในการปกป้องภัยพิบัติจากโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ 
  
เทิดทูนวีรกรรมผู้กล้าแห่งมวลมนุษยชาติ 

เมื่อกล้านำชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยงกับอันตรายของสารกัมมันตรังสี เพื่อช่วยชีวิตผู้คนอีกมากมายให้ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทั้ง 180 คนจึงกลายเป็นฮีโร่ผู้กล้าหาญไปอย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ซึ่งไม่ใช่แค่พวกเขาจะเป็นฮีโร่ของชาวญี่ปุ่นเท่านั้น พวกเขาได้กลายเป็นฮีโร่ของคนทั้งโลกไปแล้วในขณะนี้ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email