เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

บุกบ้าน "น้องจ๊ะ คันหู" สาวร้อนแห่งปี เบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่คุณอาจไม่เคยเห็น UNZEEN


"จ๊ะ" กับบ้านเช่าที่สามชุก สุพรรณบุรี รังนอนเอาแรงยามเหนื่อยจากเรียนและร้องเพลง
       แม้จะก้าวเข้าสู่ปี 2555 แล้ว แต่หลายๆ คนก็คงจะจดจำความฮอตของ “จ๊ะ คันหู” นงผณี มหาดไทย เมื่อปี 2554 ได้ดี ผู้หญิงธรรมดาคนนี้เขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองโดยการร้องเพลง “คันหู” ของ “หลิว วาริสสรา” ให้กับวงเทอร์โบ วงดนตรีรับจ้างที่ร้องตามงานรื่นเริงต่างๆ ไอ้ร้องธรรมดาก็คงจะไม่มีใครสนใจ แต่นี่จ๊ะเล่นร้องไปเกาเป้าไป แถมยังมีการถ่ายคลิปลงโปรโมตในยูทูป ส่งผลให้จ๊ะคันหูกลายเป็นเจ้าแม่เกา โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
      
      
      
       ในยูทูปมีคนคลิกเข้าไปดูคลิปนี้ถึง 10 ล้านคน ฮอตยิ่งกว่านักร้องต่างประเทศบางคนเสียอีก ด้วยเหตุนี้ทำให้รายการ “วู๊ดดี้เกิดมาคุย” ที่เกาะกระแสคนดังอดรนทนไม่ไหวต้องเชิญผู้หญิงที่แสนจะธรรมดาอย่างจ๊ะมาออกรายการ พร้อมกับยิงคำถามเผ็ดร้อนถึงการเต้นท่าดังกล่าว แต่จ๊ะก็เอาชนะฝีปากคมกริบของ “วู๊ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” ว่า เป็นการแสดงเป็นอาชีพที่ต้องทำมาหากิน เป็นการตอบแบบซื่อตรงๆ ได้ใจคนดูไปอื้อ เล่นเอากระแสตีกลับวู๊ดดี้ซะหงายท้อง
      
       ยิ่งออกรายการโทรทัศน์จ๊ะก็ยิ่งดัง มีรายการอีกหลายรายการและสื่อมวลชนทุกแขนงตามไปสัมภาษณ์ชนิดเจ้าตัวยังงงว่าชีวิตเดินมาถึงตรงนี้ได้ยังไง จากที่ร้องเพลงให้กับวงเทอร์โบได้คืนละ 1000 บาท ปัจจุบันจ๊ะมีรายได้จากค่าร้องเพลงและทริปที่ผู้ฟังหยิบยื่นให้คืนหนึ่งนับหมื่นบาท ไหนจะคิวการแสดงที่ฮอตข้ามปียาวไปถึงปลายปี 2555 แล้ว แถมเร็วๆ นี้ก็กำลังจะได้ทำเทปมีเพลงเป็นของตนเอง กำลังจะได้ชื่อว่าเป็นศิลปินไม่ใช่นักร้องงานจ้างอีกต่อไปแล้ว
      
       ด้วยกระแสความฮอตของจ๊ะที่สร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการเพลง จนนักร้องชื่อดังยังเหลียวหลังว่า มาได้หว่า แม้แต่ค่ายเพลงใหญ่ๆ ก็ยังอึ้งกิมกี่เพราะอุตส่าห์ลงทุนโปรโมตศิลปินตัวเองไปหลายล้าน แต่จ๊ะกับแค่ร้องเพลง และ “เกา” ก็ดังทะลุโลกได้ออกทีวีฟรี ไม่ต้องเสียเงินไปกว้านซื้อรายการ
      
       แม้แต่วงการละครแรงสั่นสะเทือนของจ๊ะก็กระเพื่อมไปถึง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” พระเอกชื่อดังที่ฮอตที่สุดเวลานี้ ก็ยังดอดไปดูลีลาเกาของจ๊ะมาแล้วแถมยังยอมรับหน้าชื่นตาบานว่า “ชอบมาก” มาจากศูนย์แต่สามารถสร้างความฮอตให้กับตัวเอง และสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนทุกวงการแบบนี้ ขอยกให้เป็นสาวร้อนแห่งปี 2554 ไปเลย
      
       จ๊ะคันหู เป็นชาวอ่างทองมาจากครอบครัวของศิลปินโดยแท้ พ่อกับแม่เป็นลิเกวงปี่พาทย์ จ๊ะเริ่มร้องเพลงเล่นลิเกตั้งแต่เด็ก พอายุ 9 ขวบก็เริ่มเดินสายร้องให้กับวงดนตรีต่างๆ และร้องเพลงประกวด จ๊ะผ่านการร้องเพลงกับวงดนตรีมาแล้วนับร้อยวงก่อนที่จะมาเป็นนักร้องให้กับวงเทอร์โบ และร้องเพลงคันหูและเกาเป้าจนโด่งดัง
      
       ส่วนมากเราจะได้เห็นจ๊ะตามงานร้องเพลงต่างๆ แต่ไม่ค่อยเห็นภาพที่เป็นส่วนตัวและตัวตนจริงๆ ของจ๊ะขณะยังไม่ร้องเพลง ก่อนที่จะขึ้นเวทีไปร้องเพลงคันหูและโชว์ท่าเกาจนโด่งดัง จ๊ะมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง ชุดที่ใส่ทำไมมันสั้นจุ๊ดจู๋ซะขนาดนั้น วันนี้เราจะไปบุกรัง “จ๊ะ คันหู” ชมภาพ UNZEEN สาวร้อนแห่งปีกัน
       
วิวัฒนาการความเซ็กซี่ตั้งแต่เด็กจนโต
       
ซ้ายมือชุดใส่ร้องเพลงคันหูจนดังระเบิด
       
แต่งหน้าเตรียมแปลงโฉมก่อนขึ้นโชว์
       
"จ๊ะ" ขณะแต่งตัวอยู่หลังเวที
       
       
ท่าเต้นสุดเร้าใจของ "จ๊ะ"
       
       
       
"จ๊ะ" กับท่าคันหู ถึงแม้จะเกาไม่ถูกที่ แต่ก็แจ้งเกิดดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
       
กางเกงตัวจิ๋ว ตัวนี้แหละที่ใส่แล้วดัง ส่วนภาพเล็กเสื้อชั้นในตัวนี้ "จ๊ะ" ปักเองกับมือเพื่อใส่โชว์
       
"จ๊ะ" กับลีลายัดเงินลงในเสื้อ เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ฟัง
       
       
       
       
_

       
       
       

บุกบ้าน "น้องจ๊ะ คันหู" สาวร้อนแห่งปี เบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่คุณอาจไม่เคยเห็น UNZEEN ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ภาพสวย ๆ ของ กทม ในอดีต @ พ.ศ. 2493 ( ชอบ สงบ น่าอยู่จัง )














_



ภาพสวย ๆ ของ กทม ในอดีต @ พ.ศ. 2493 ( ชอบ สงบ น่าอยู่จัง )
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

กฏหมายว่าด้วย เรื่องการข่มขืน ผู้ชาย ( โอ้ว! มีด้วยหรอ O_o )


เมื่อก่อนกฎหมายปกป้องการข่มขืนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น  แต่ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศได้เขียนกฎหมายปกป้องทุกเพศแล้ว อย่างไรก็ตามหลายคนอาจเคยนึกสงสัยว่าผู้ชายถูกข่มขืนได้ด้วยหรือ แล้วมันเป็นอย่างไรขอเริ่มจากสถิติก่อน ในปี ๑๙๙๙ Spitzberg สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่าหนึ่งแสนคนพบว่า มีผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อถูกข่มขืนโดยผู้หญิงจนสำเร็จ ถึง ๓.๓% และอีกมีความพยายามที่จะข่มขืนอีก ๕.๕% โดย ผู้หญิงนะจ๊ะ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาจากประเทศเยอรมันก็ได้เปอร์เซ็นต์ใกล้ ๆ กับงานวิจัยด้านบน กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเป็นชายรักต่างเพศ (heterosexuals)ซะด้วย อย่างไรก็ตามสถิติเกี่ยวกับชายถูกข่มขืนนั้นมักใช้การไม่ค่อยได้ เพราะผู้ชายมีแนวโน้มที่จะปิดบังประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศมากกว่าผู้หญิง..
  เหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือกลัวถูกดูถูกเหยียดหยาม หรือโดยมองในแง่ลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ชายด้วยกันนี่แหละตัวดี เหตุผลอีกประการที่ผู้ชายไม่ค่อยรายงานเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศก็ คือมันได้รับความสนใจจากสื่อ และงานทางจิตวิทยา รวมทั้งการแพทย์น้อยกว่าผู้หญิงน่ะสิ (โถ พ่อคุณ แต่ช้าแต่ อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจกันไป) ผล ที่ตามมาจากที่มีการรายงานอุบัติการณ์ถูกข่มขืนน้อย ทำให้งานวิจัยเรื่องความรุนแรงทางเพศที่มีต่อผู้ชายน้อยตามไปด้วย และความจริงแล้วมีหลายรัฐของอเมริกาเพิ่งจะทบทวนกฎหมายว่าด้วยการข่มขืนใน ทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง โดยรวมนิยามให้ผู้ชายสามารถตกเป็นเหยื่อการข่มขืนด้วย
 _
   อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่การข่มขืนผู้ชายมักเกิดชายรักต่างเพศที่ชอบก่ออาชญากรรมประเภทนี้ร่วมกับเพื่อนอีกคน หรืออาจเป็นหมู่คณะ (ลงแขกนั่นแหละ) เช่นเดียวกับการข่มขืนผู้หญิง การข่มขืนผู้ชายมักเกี่ยวข้องกับความรุนแรงและอำนาจเสมอ... อธิบายเพิ่มนิด...การข่มขืนผู้ชายด้วยกันมันเป็นการแสดงอำนาจเหนือกว่าเหยื่อ กูเจ๋งกว่า กูเหนือกว่า อะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นจึงมีรายงานเรื่องเลสเบี้ยนบางคนถูกข่มขืน เพราะพวกเธอมีบุคลิกที่ท้าทายอำนาจของผู้ชาย หรือในกรณีผู้ชายด้วยกันก็ตามที ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่อง  Fierce People  มัน อาจจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องที่ชายแท้ข่มขืนชายแท้ด้วยกันมากขึ้น ในหนังเรื่องนี้เพราะเอกไปล้ำเส้นทางอำนาจของไอ้ตัวร้าย คือพระเอกได้ไปแทนที่ของตัวร้าย แล้วตัวร้ายมันรู้สึกถูกดูหมิ่น มันก็เลยข่มขืนพระเอกซะเพื่อแสดงอำนาจของตัวเอง ..การถูกข่มขืนเกิดขึ้นมากในหมู่โฮโมเซ็กช่วล แต่คนข่มขืนส่วนใหญ่เป็นชายแท้ (แต่นักข่มขืนที่เป็นเกย์ก็มีบ้าง)...คล้าย ๆ กับกรณีของเลสเบี้ยนจะว่าเกย์ท้าทายอำนาจของชายแท้มันก็ว่าได้ เพราะวิถีชีวิตเกย์ หรือกะเทยมันสั่นคลอนความเชื่อแบบแมน ๆ ความเชื่อแบบปิตาธิปไตย ดังนั้นบางทีพวกนี้จะหมั่นไส้เกย์ครับ ถ้าคุณเคยอยู่โรงเรียนชายล้วน คุณจะพบเห็นหรือได้ยิน การคุกคามทางเพศต่อผู้ชายนิ่ม ๆ ตุ้งติ้ง ๆ หน่อย เช่น จับแก้ผ้า จับก้น จับจู๋ หรือทางวาจา เช่น ล้อเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก หรือทางทวารหนัก เป็นต้น...การข่มขืนในคุกเป็นปัญหาร้ายแรงปัญหาหนึ่งเช่นกัน จาก การสอบถามผู้ต้องขังจำนวน ๒๐๐๐ คนใน ๗ เรือนจำ พบว่า ๒๑% ถูกคุกคามทางเพศ ๗% ถูกข่มขืน คนข่มขืนระบุว่าตนเป็นชายแท้ เมื่อถูกปล่อยตัวจะกลับไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีก ชายที่ถูกข่มขืนหลายคนถูกกลุ่มแก็งในคุกทำร้าย ดังนั้นจึงยอมเป็นเซ็กส์พาร์ทเนอร์ให้ผู้ต้องขังที่มีอำนาจมากในคุกคนหนึ่ง เพื่อให้ปกป้องเขาจากคนอื่น สนใจประเด็นนี้อ่านเพิ่มเติมได้ในเอนทรี่  เกย์ในคุก 
ผู้ชาย จะไม่กล้ารายงานการถูกผู้หญิงข่มขืน แต่ระยะหลังมานี้มีรายงานถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อก่อนแนวคิดที่ว่าผู้ชายโต ๆ แล้วถูกผู้หญิงข่มขืน
ไม่ได้รับการยอมรับเพราะเชื่อกันว่าผู้ชายไม่สามารถ  แข็ง"  ได้ในภาวะที่กำลังกลัวหรือวิตกกังวล แต่งานวิจัยของ Kinsey และ
ผอง เพื่อนได้ปฏิเสธความเชื่อดังกล่าว ทั้งยังเสนอว่าทั้งชายและหญิงสามารถตอบสนองทางเพศได้ในหลากหลายภาวะทาง อารมณ์ แต่การตอบสนองทางเพศระหว่างถูกล่วงละเมิดโดยเฉพาะการถึง "จุดสุดยอด" นั้นอาจสร้างความสับสนและความกังวลให้แก่เหยื่อทั้งสองเพศ ...หมายความว่า ตัวเหยื่ออาจวิตกว่าทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงจุดฯได้ล่ะทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ชอบมันซะหน่อย นี่เราร่านเซ็กส์เกินไปหรือเปล่า หรือเราจะเป็นพวกมาโซคิสต์ ...และอื่น ๆ ๆ ๆ ๆ
    มี งานวิจัยตัวหนึ่งศึกษา ชาย ๑๑ คนที่ถูกผู้หญิงข่มขืน ไม่มีใครยอมเล่าเรื่องการถูกคุกคาม ไม่พูดถึงมันเลยด้วยซ้ำ จนกระทั่งได้รับการบำบัดไปหลายปีต่อมา ชายเหล่านี้มีความซึมเศร้า กังวลเกี่ยวกับการมีเซ็กส์ และอาจถึงขั้นสูญเสียสมรรถภาพทางเพศไปเลย มีงานวิจัยอื่นรองรับด้วยว่า ผู้ชายที่ถูกข่มขืน ไม่ต่างจากผู้หญิงที่ถูกข่มขืน คือจะได้รับผลกระทบทางอารมณ์และทางเพศเป็นระยะเวลานานการล่วงละเมิดทางเพศผู้ชายเกิดขึ้นในสงครามด้วย แต่เหยื่อที่ถูกข่มขืนในสงครามได้รับความสนใจจากสื่อและนักวิจัยน้อยมาก เนื่อง จากความเชื่อที่ว่ามีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะตกเป็นเหยื่อทางเพศในสงครามได้ ทำให้ระบบกฎหมายแห่งชาติหลายแห่งปิดตายประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศผู้ชายใน เวลาสงครามไปเลย อย่างไรก็ตามความคิดที่ว่าผู้ชายก็ตกเป็นเหยื่อทางเพศได้ เริ่มขยายวงกว้างขึ้น เมื่อศาลอาญาสากลสำหรับชาวยูโกสลาเวีย รายงานว่ามีผู้ชายจำนวนมากถูกข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ ในช่วงที่พื้นที่แถบนั้นมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น... 


กฏหมายว่าด้วย เรื่องการข่มขืน  ผู้ชาย ( โอ้ว! มีด้วยหรอ O_o )
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email