เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

เทคนิค การทำข้าวหลาม อร่อย ๆ

ข้าวหลาม...เผาอย่างไรให้อร่อย
ข้าวหลาม : ทุกคนรู้จักดีมีขายทั่วทุกมุมของประเทศทุกภาค ทุกจังหวัด อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วย ไม้ไผ่ ข้าวสารเหนียว แต่ทำอย่างไรให้อร่อยนี่คือจุดสำคัญ
ไผ่ : ที่ใช้ทำข้าวหลามไม่ใช่ว่าเป็นไม้ไผ่ก็จะทำได้ทุกชนิด จะมีบางชนิดเท่านั้นที่ใช้ทำข้าวหลามได้ดี แต่ข้อสังเกตุคือ ทุกจังหวัดทำข้าวหลามขายแต่ไม่มีไผ่ให้เห็น ไม่มีการปลูกไผ่ ไม่ส่งเสริมการปลูกไผ่ แต่ใช้ไม้ไผ่จำนวนมากมายมหาศาลต่อวัน ใช้แล้วก็กลายเป็นวัสดุไร้ค่า เป็นเพียงเศษไม้อย่างมากก็ทำเชื้อเพลิง แต่บ้านที่ไม่ใช้ฟืนหุงต้มก็จะทิ่งขว้างเป็นขยะต่อไปไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ชนิดของไผ่ที่เหมาะในการทำข้าวหลามสามารถ เรียงจากคุณภาพได้ดังนี้
1. ไผ่ข้าวหลาม : เป็นคุณสมบัติพิเศษ คือ ปล้องยาว 30 - 60 เซนติเมตร มีขนาดหลายแบบทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และเยื่อไผ่ร่อนดีมาก ทำให้การปอกออกจากลำไผ่ได้ดีมีทั้งความหอมได้รูปทรงของข้าวหลาม
2. ไผ่ป่า : เป็นไผ่พื้นเมืองที่ให้เยื่อดีมีอยู่ทั่วไป ลำต้นตรงข้อพองแต่เนื้อไม่หนา มีปล้องภายในประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 2.5 นิ้ว
3. ไผ่สีสุก : เป็นไผ่ขึ้นตรงลำยาวปล้องยาวและใหญ่แต่เยื่อไม่ค่อยร่อนแต่ก็สามารถใช้ได้
ข้าวสารเหนียว : เป็นข้าวเหนียวชนิดดี เมล็ดยาวเมื่อสุกมีความหวานอ่อนนุ่ม
มะพร้าว : ส่วนที่ใช้เป็นส่วนผสมโดยคั้นเป็นกะทิ จะต้องสะอาดไม่ปนเปื้อนให้มีเฉพาะเนื้อมะพร้าวที่ขาวสะอาดคั้นเป็นหัวกะทิ กรณีบ้านเราจะใช้ไม้ไผ่ป่าเป็นหลักลำหนึ่งใช้ได้ 10 ปล้อง
สูตรการทำข้าวหลาม
1. ข้าวเหนียวชนิดดำหรือขาว จำนวน 1 ถัง
2. น้ำตาลทราย จำนวน 4 กิโลกรัม
3. น้ำกะทิ จำนวน 10 กิโลกรัม
4. เกลือ จำนวน 2 - 3 ขีด
ข้าวหลามไส้สังขยาหรือไส้ถั่วดำ ไส้สังขยาจะใช้ไข่ กะทิ น้ำตาล ตีให้เข้ากันให้มีความข้นพอดี
วิธีทำ
1.นำเข้าเหนียวที่จะทำ นำไปแช่น้ำช่วงเวลาเย็น
2. ทำการคั้นกะทิไว้ควรคั้นสดในช่วงเช้าจะดี
3. รุ่งขึ้นตอนเช้าซาวข้าวเหนียวที่แช่ไว้นำมาใส่กะทิ น้ำตาล และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
4. นำข้าวเหนียวที่ผสมใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ที่ได้เตรียมไว้แล้ว ให้น้ำท่วมเมล็ดข้าวเหนียวให้เหลือพื้นที่ปากกระบอกไม้ไผ่ไว้ประมาณ 2 นิ้ว
5. นำไปเผาไฟโดยใช้ความร้อนปานกลางเผาให้สุกอย่าให้ไฟลุกจะทำให้ไหม้กระบอก ควรเป็นลักษณะไฟถ่าน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
6. ถ้าจะใส่ไส้สังขยาหรือถั่วดำให้เปิดจุกแล้วใช้ไม้สะอาดขนาดเท่านิ้วมือเราแทงลงไปตรงกลางข้าวหลามให้เป็นรูแล้วนำสังขยาเทใส่ ปิดฝาอุด แล้วนำไปเผาต่อให้สุกใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
7. เมื่อสุกแล้วยกลงปอกเปลือก กระบอกไม้ไผ่ออก จะได้ข้าวหลามรสสังขยาหรือถั่วดำ หรือแม้แต่ไส้อื่น ๆ ก็ทำได้เช่นกัน

รวมสุดยอด Tablet PC ปี 2011 กว่า 20 รุ่น!

รวมสุดยอด Tablet PC ปี 2011 กว่า 20 รุ่น!!
 
ในปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า อุปกรณ์ แท็บเล็ต จากค่ายต่างๆ กำลังรุกตลาดอย่างจริงจัง เมื่อเทียบกับสมัยก่อนๆ ซึ่งในตอนนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็ดูเหมือนว่า แท็บเล็ตนั้น กลายเป็นของใกล้ตัวไปแล้ว โดยเฉพาะปีนี้ หลายค่ายต่างก็ปล่อยทีเด็ด ออกมาแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะแข่งขันกันในเรื่องของ สเปคตัวเครื่อง และระบบปฎิบัติการแล้ว สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นผลพลอยได้สำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ นั่นก็คือ การแข่งขันกันในเรื่องของ ราคานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การประกาศ ราคา iPad 2 ที่ทำเอาบางค่ายต้องถึงกับเอาไปพิจารณาการตั้งราคาใหม่กันเลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่กำลัง อยากจะได้แท็บเล็ต หรืออยู่ระหว่างการหาข้อมูลเรื่องราคา และความสามารถของ แท็บเล็ต แต่ละแบรนด์ เราได้ทำการรวบรวม แท็บเล็ต แบรนด์หลักๆ ทั้งที่วางจำหน่ายแล้ว และยังไม่วางจำหน่าย เอาไว้ให้เป็นข้อมูล ในการตัดสินใจเลือกซื้อ เรียบร้อยแล้ว เรามาดูกันทีละค่ายเลยดีกว่าครับ

แอบเปิ้ล แท็บเล็ต (Apple Tablet)


สำหรับ แท็บเล็ต ของทางค่าย Apple หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม iPad (ไอแพด) นั้น ล่าสุด การวางจำหน่ายในต่างประเทศ ก็เริ่มต้นขึ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ภายใต้ราคาที่เล่นเอาอยากได้กัน ทั่วบ้านทั่วเมือง แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้ แท็บเล็ต ในปีนี้ น่าสนใจกว่าปีก่อนๆ นั่นก็คือ การที่ แท็บเล็ต แบรนด์ต่างๆ หันมาใช้ CPU ที่เป็นแบบ Dual-Core นั่นเอง อธิบายง่ายๆก็คือ ซีพียูแรงกว่า รุ่นก่อนๆ อีกเท่าตัวเลยทีเดียว แน่นอนว่า iPad 2 ที่เพิ่งวางจำหน่ายในต่างประเทศนั้น ก็ใช้ ซีพียูเป็น Dual-Core เช่นเดียวกัน เราลองมาดูรายละเอียดเบื้องต้น และ ราคา แท็บเล็ต (ราคา ไอแพด) จากทาง แอปเปิ้ล กันก่อนครับ

iPad 2




  
สำหรับจุดเด่นของ iPad 2 ในตลาดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของ ดีไซน์ ที่ดูหรูตามสไตล์ของ Apple และ ความลื่นไหลในการใช้งาน โดยเฉพาะ การใช้งานโดยการทัช ว่ากันว่า ใครที่ได้ลองเล่น iPad 2 แล้วไปลอง แท็บเล็ตแบรนด์อื่นๆ จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างเลยทีเดียว นอกจากนี้ การที่ iPad 2 ถูกพัฒนาให้มีกล้องทั้งหน้าและหลัง ก็ช่วยลดขีดจำกัด ของ ไอแพดตัวเดิมได้เป็นอย่างดี และด้วย CPU ที่เป็นแบบ Dual-Core บวกกับ ระบบปฎิบัติการของ Apple (iOS 4.3) ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า iPad 2 เป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ต ตัวแรง ระดับต้นๆ ของปีนี้เลยทีเดียว

ราคา iPad 2 และ การวางจำหน่าย



 
ราคา iPad 2 :  14,900 – 24,900 บาท (ราคาโดยประมาณ)
สถานะการวางจำหน่ายในไทย :  ยังไม่วางจำหน่ายในไทย
จะเห็นได้ว่า ราคา iPad 2 นั้น เริ่มต้นแค่เพียง ประมาณ 14,900 บาท เท่านั้น โดยราคาที่นำมาแสดงในตารางนั้นเป็นเพียงราคาที่วางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศ สำหรับสาวกแอปเปิ้ลชาวไทย ก็คงอีกไม่นานเกินรอครับ

ซัมซุง แท็บเล็ต  (Samsung Tablet)


สำหรับ ซัมซุง นั้นถือว่า เป็นอีกหนึ่งค่าย ที่กำลังรุกตลาดแท็บเล็ตอย่างเต็มที่ในปีนี้ หลังจากที่ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซัมซุง กาแลคซี่ แท็บ (Samsung Galaxy Tab) แท็บเล็ต 7 นิ้ว โทรออกได้ ถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ซึ่งถือว่า ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควรจากผู้ใช้ ซึ่งการที่แท็บเล็ตตัวนี้ สามารถโทรออกได้นี้เอง ทำให้ฟังก์ชั่นนี้ กลายเป็นจุดเด่นที่ใครหลายคนอยากได้เป็นเจ้าของ และด้วยขนาด เพียง 7 นิ้วนี่เอง ทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย เรามาดูรายละเอียด แท็บเล็ต ซัมซุง ทั้งที่วางจำหน่ายแล้ว และยังไม่วางจำหน่าย กันก่อนครับ

Samsung Galaxy Tab (7”)

 

                       

แท็บเล็ต โทรออกได้ ขนาด 7 นิ้ว เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่มาพร้อมกับ ระบบปฎิบัติการ ที่กำลังมาแรงอย่าง Android เวอร์ชั่น 2.2 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่มีคนให้ความสนใจ หาซื้อกันเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับรุ่น 7 นิ้ว ยังคงเป็น CPU แบบ Single-Core แต่หากได้ลองใช้งานจริงๆแล้วก็จะพบว่า สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ติดขัดแน่นอน

ราคา Samsung Galaxy Tab (7”) และ การวางจำหน่าย


สำหรับ Samsung Galaxy Tab (7") ในประเทศไทยตอนนี้แบ่งออกเป็น 3 รุ่น นั่นก็คือ Galaxy Tab P1000 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่เปิดตัว ซึ่งจะรองรับ  ระบบสัญญาณโทรศัพท์ GSM (900/1800/1900 MHz)  โดยรุ่นถัดมาจะเป็น Galaxy Tab P1000T ร องรับ ระบบสัญญาณโทรศัพท์ GSM (850/1800/1900 MHz)  และรุ่นสุดท้ายคือ Galaxy Tab P1010 โดยรุ่นนี้จะเป็น  WiFi Only  ครับ โดยที่สเปคเครื่องของ WiFi Only จะมีการเปลี่ยนแปลง ตามตารางด้านล่างเลยครับ
ราคา Samsung Galaxy Tab P1000 ( GSM 900/1800/1900 MHz ) :  18,900 บาท
ราคา Samsung Galaxy Tab P1000T  GSM 850/1800/1900 MHz  :  17,664 บาท
ราคา Samsung Galaxy Tab P1010 (WiFi Only) :  11,121 บาท
สถานะการวางจำหน่ายในไทย :  วางจำหน่ายแล้ว

Samsung Galaxy Tab (8.9”)



 
แท็บเล็ต ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่นเดิม เพิ่มเติมด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเปลี่ยนซีพียู มาเป็นแบบ Dual-core พร้อมระบบปฎิบัติการตัวใหม่ล่าสุด จาก Google : Android 3.0 Honeycomb โดดเด่นด้วยอินเตอร์เฟส ที่สวยงามตามแบบฉบับ Android กับสเปคที่ถือว่าดีกว่าเดิมมากพอสมควร ซึ่งนอกจากหน้าจอจะใหญ่ขึ้นแล้ว แต่ขนาดของตัวเครื่อง กลับบางจนหลายคนอยากได้เป็นเจ้าของกันเลยทีเดียว

ราคา Samsung Galaxy Tab (8.9”) และ การวางจำหน่าย



 
ราคา Samsung Galaxy Tab (8.9”) :  เริ่มต้นที่ 13,900 บาท (ราคาโดยประมาณ)
สถานะการวางจำหน่ายในไทย :  ยังไม่วางจำหน่ายในไทย (ประมาณไตรมาสที่ 2)

Samsung Galaxy Tab (10.1”)



 
สำหรับรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นที่มีความสามารถ ไม่แตกต่างจากรุ่น 8.9 นิ้วเท่าไหร่นัก แต่ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น น่าจะถูกใจใครหลายๆคนที่อยากได้ แท็บเล็ต Honeycomb จอใหญ่ๆ แต่แน่นอนว่า ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ก็ทำให้ราคานั้นสูงขึ้นอีกนิดหน่อย ลองมาดูรายละเอียดราคากันเลยครับ

ราคา Samsung Galaxy Tab (10.1”) และ การวางจำหน่าย



ชุดนักเรียนไทย ดังไกลถึง เวที เกาหลี ว้าว ;)



วิดีโอ << คลิ๊กที่นี่ หากรับชมผ่านระบบมือถือ นะจ๊ะ ^_^

ชุดนักเรียนไทย  ดังไกลถึง เวที  เกาหลี  

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ กับงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554

อุทยานแห่งจินตนาการ : งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 

ขอเชิญเพื่อนๆ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรก กับ สวนแสงแห่งจินตนาการ หนึ่งไฮไลท์เด็ดของงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 หรือ The International Horticultural Exposition:Royal Flora Ratchaphruek 2011 ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ถึง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 



ครั้งแรกกับทุ่งดอกไม้ Solar Cell นับล้านดวง กับผีเสื้อเรืองแสงเต้นระบำ 
ครั้งแรกกับมวลดอกไม้เรืองแสงที่จะสามารถโต้ตอบและหยอกล้อกับคุณ 
ครั้งแรกกับงานมหกรรมพืชสวนโลกฯที่จะทำให้อุทยานราชพฤกษ์ กลายเป็น อุทยานแห่งจินตนาการ 



ชมภาพแบบจำลอง model สวนแห่งจินตนาการ กันครับ 
เมื่อเห็นครั้งแรกถึงกับตะลึง กับความอลังการงานสร้างไปเลย 



จากครั้งแรกทำสถิติกับตัวเองไปเกือบทุกคืน จะพลาดก็วันที่อยู่เฝ้าโยง (แต่บางวันยังมีแอบหนีไป 555) 
เห็นแบบนี้แล้ว ต้องรีบไปซื้อตั๋วเข้างานกันแบบตลอดงานแล้วล่ะ 
ได้ข่าวแว๊บๆ มาด้วยว่า จองก่อน ลด 50% ด้วยล่ะครับ 



ชมกันไปเล่นๆ ก่อนนะครับ แล้วไปรอชมของจริงกันตอนปลายปีนี้ 










ช่วงภาคกลางวันเป็นแบบนี้ ก็ยังอลังการงานสร้างอยู่ดี 

และกระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้า 
แอบเรียกเองว่า ราชพฤกษ์อาย (Ratchaphruek Eye) เพราะคงขึ้นไปนั่งเล่นบนกระเช้าลอยฟ้า ชมทัศนียภาพโดยรอบงานของราชพฤกษ์ได้เลยครับ 












ปิดท้ายกันด้วยเหล่าตัวการ์ตูน mascot ของงาน น้องคูณ พาเพื่อนๆ มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานนี้สนุกสนาน เบิกบาน ให้กับทุกๆ คนที่มาร่วมงานนี้กันอย่างแน่นอน 


งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 หรือ The International Horticultural Exposition:Royal Flora Ratchaphruek 2011 ที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ จัดยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องใน 3 วโรกาสมหามงคลของคนไทย นั่นคือ ในปี 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2555 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา จึงได้จัดนิทรรศการ “ตามรอยพ่อ เกษตรคือทางออกเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” 

โดยจะมีการเนรมิตต้นไม้เต็มสวนไม่น้อยกว่า 2 ล้านต้น ชูพืชสมุนไพรไทย บัวไทยไปไกลทั่วโลก รวมไปถึงกล้วยไม้แทบทุกสายพันธุ์ พร้อมสวนนานาชาติกว่า 30 ประเทศ 
พบกับ 3 ไฮไลท์ใหม่ เน้นตื่นตาตื่นใจและเพิ่มจินตนาการ พร้อมปลูกฝังเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้แก่ 
สวนแสงแห่งจินตนาการ Imagination Light Garden การเนรมิตดวงไฟนับล้านดวงกับผีเสื้อเรืองแสงเต้นระบำ พร้อมเสียงดนตรีบรรเลงอย่างไพเราะ เรียกว่าครบโชว์ ทั้งแสง สี เสียง อีกทั้งยังมีใบไม้เรืองแสง interactive ที่เรืองแสงตามการเคลื่อนไหว ประหนึ่งเหมือนเดินอยู่ในดินแดนเหนือจริง ซึ่งในปีนี้การเข้าชมงานขยายเวลาปิดถึง 21.00 น. และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการถึง 22.00 น. สวนแสงแห่งจินตนาการ จึงน่าจะสร้างความตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศของสวนดอกไม้ยามค่ำคืน และที่พลาดชมไม่ได้กับ ทุ่งดอกไม้ Solar cell ที่เก็บแสงในช่วงเวลากลางวัน ไปเป็นพลังงานแสงสว่างในเวลากลางคืน” 

กระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้า Giant Flora Wheel ที่สูงกว่า 40 เมตร เต็มตากับจุดชมทิวทัศน์ภายในบริเวณงานพืชสวนโลกในมุมมองใหม่ที่สวยที่สุด ถือเป็นการชมสวนในมุมสูง ทุกท่านจะได้เห็นพรมดอกไม้ ต้นไม้เต็มพื้นที่เบื้องล่างทั้ง 470 ไร่ ทั้งในบรรยากาศกลางวันที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ และสวนในยามค่ำคืนที่ประดับตกแต่งด้วยแสงไฟนานาชนิด ตามด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สุดไฮเทค ร่วมเรียนรู้และสนุกสนานกับบ้านต้นไม้ที่รวบรวมมัลติมิเดียและความเป็นธรรมชาติไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกในเมืองไทย 

สวนเยาวชนรักษ์โลก Kids’ Eco Park พื้นที่สวนเรียนรู้ด้วยสื่อผสมผสาน Interactive และมัลติมีเดีย ปลูกฝังจิตสำนึกการลดโลกร้อนและการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทุ่มเทคโนโลยีการนำเสนอสุดทันสมัยผ่านการ์ตูนแอนนิเมชั่นบอกเล่าเรื่องราวผ่านน้องคูน (สัญลักษณ์นำโชค) และผองเพื่อน ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ของธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมในรูปแบบที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย” 

ส่วนของการจัดแสดงสวนนานาชาติ มีประเทศเข้าร่วมทั้งหมด 30 ประเทศ ได้รับการตอบรับเพิ่มเติมจาก 7 ประเทศ ได้แก่ (1) ปากีสถาน (2) เกาหลีใต้ (3) แคนาดา (4) ไนจีเรีย (5) เยเมน (6) ไต้หวัน และ(7) อาร์เมเนีย นอกเหนือจาก 23 ประเทศเดิมที่เคยร่วมจัดแสดงและตอบรับอีกครั้ง ได้แก่ (1) บังคลาเทศ (2) เบลเยี่ยม (3) ภูฏาน (4) กัมพูชา (5) จีน (6) อินเดีย (7) อินโดนีเซีย (8) อิหร่าน (9) ญี่ปุ่น (10) เคนยา (11) ลาว (12) มาเลเซีย (13) มอริเตเนีย (14) โมร็อกโก (15) เนปาล (16) เนเธอร์แลนด์ (17) กาตาร์ (18) แอฟริกาใต้ (19) สเปน (20) ซูดาน (21) ตุรกี และ(22) เวียดนาม รวมกับอีก 1 องค์กร ได้แก่ (23) เกียวโต / โอซากา / เฮียวโกะ สำหรับสวนองค์กร ได้รับการตอบรับแล้วทั้งสิ้น 19 หน่วยงาน 

สำหรับรายละเอียดของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติของทั้งสามพระองค์ สามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือที่ใต้หอคำหลวง จะนำเสนอพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ที่ทรงงานหนักมาโดยตลอด ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการในทั่วทุกภาคของประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งคือที่อาคาร Expo Center 1 นำเสนอนิทรรศการ “ตามรอยพ่อ เกษตรคือทางออกเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เผยแพร่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ฟาร์มตัวอย่างและโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านเกษตรเคลื่อนที่และสายใยรักแห่งครอบครัว พร้อมทั้งมีวงดนตรีแจ๊สบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในวันหยุดราชการและวันเสาร์อาทิตย์ด้วย” 

นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดพืชสวน มากถึง 642 ประเภท ครอบคลุมทุกประเภททั้ง กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ จัดดอกไม้ ผัก เห็ด ผลไม้ ชาและกาแฟ อีกทั้งยังมีกิจกรรมในสวนสมุนไพรกว่า 5 ไร่ รวบรวมพืชสมุนไพรมากที่สุดกว่า 1,000 ชนิด และเพิ่มสีสันด้วยการจัดอุโมงค์กล้วยไม้หรรษา (Orchid Adventure Tunnel) ที่เนรมิตกล้วยไม้แทบจะทุกสายพันธุ์ในประเทศไทยไว้ในงานนี้อย่างตระการตา รวมไปถึงโลกแมลง เตรียมพบกับ ด้วงไตรโลไบท์ ด้วงผู้สืบทอดเผ่าพันธุ์จากบรรพบุรุษผู้เป็นเจ้าแห่งทะเล สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งค้นพบ และแมลงหายาก สายพันธุ์แปลกอีกมากมาย ทั้งที่มีชีวิตและสูญพันธุ์ไปแล้ว 

ตลอดจนการประชุมทางวิชาการมากมาย ในระดับนานาชาติ จะมีขึ้น 13 การประชุม อาทิ การประชุมเรื่อง บทบาทของการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติในการลดสภาวะโลกร้อน การประชุมนานาชาติไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน การประชุมยางนานาชาติ การประชุมการจัดทำมาตรฐานผัก ผลไม้ การประชุมไหมโลก การประชุมนานาชาติเรื่องกล้วยไม้ และไม้ประดับ ส่วนการประชุมวิชาการด้านพืชสวนระดับชาติ จำนวนทั้งหมด 7 ครั้งด้วยกัน อาทิ การประชุมเรื่องบัว หญ้าแฝก กาแฟ เห็ด ส้ม เป็นต้น 

“ในครั้งนี้มีการสร้างอาคารใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอาคาร เพื่อใช้เป็นอาคารจัดนิทรรศการหมุนเวียน โดยใช้ชื่อว่า อาคาร Expo Center 2 นำเสนอเรื่องความก้าวหน้าทางการเกษตร หรือนวัตกรรมการเกษตรไทยก้าวไกลสู่สากล โดยจะเป็นนิทรรศการด้านพืชสวนและท้องที่ทางการเกษตรระดับชาติและนานาชาติ จะมีด้วยกัน 8,000 พันธุ์พืชใหม่ มหัศจรรย์พันธุ์พืช 3G 3R ที่เน้นด้านการลดสภาวะแวดล้อมทางการเกษตร และรณรงค์ปลุกจิตสำนึกการร่วมกันลดภาวะโลกร้อน การประหยัดพลังงาน นิทรรศการไม้ประดับ นิทรรศการไม้ผล ผัก เห็ด พืชอุตสาหกรรม รวมไปถึงนิทรรศการไม้เมืองร้อนด้วย” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 

แนวคิดของการจัดงานในครั้งนี้นั้น เน้นเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามหลัก 3G 3R ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แตกต่างจากการจัดงานในครั้งแรก รวมทั้งยังต้องการสื่อสารว่าการเกษตร สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ตลอดจนมีการนำเสนอโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและประชาชนทั่วไป 

จุดที่น่าสนใจและโดดเด่นในงานนี้อีกจุดหนึ่งคือ การจัดแสดงเรื่องโลกของแมลง เพราะเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและระบบนิเวศ ซึ่งจะทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมทั้งในส่วนของกล้วยไม้และบัว ก็จะมีให้ชมอย่างมากมาย ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำสำหรับพืชสองชนิดนี้ นอกเหนือจากประเทศไต้หวันและเนเธอร์แลนด์ และในงานนี้นอกจากทุกคนจะได้เรียนรู้และสัมผัสกับความงามของต้นไม้ ดอกไม้และพืชนานาชนิดแล้ว ยังจะได้ใช้งานนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้อีกด้วย เพราะมีกิจกรรมการประชุม การประกวดต่างๆ มากมายนั่นเอง” 

นอกจากนั้น ภายในงาน ยังมีมุมถ่ายภาพมากมาย ตระการตาไปด้วยสวนดอกไม้หลากสี เพิ่มทางเข้า-ออกงาน เป็น 2 จุด ส่วนห้องน้ำ ได้ปรับปรุงใหม่และสร้างเพิ่มเติมบริเวณลานจอดรถ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากกว่าครั้งก่อน ที่สำคัญครั้งนี้ จำกัดคนเข้าชมงานไม่เกิน 30,000 – 40,000 คนต่อวัน เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด รวมทั้งในวันธรรมดา (จันทร์ – ศุกร์) ยังมีกิจกรรมการแสดงพิเศษให้ชมตลอด 99 วัน และยังมีกิจกรรมตามเทศกาลพิเศษ เช่น วันลอยกระทง วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์ และอื่นๆ ซึ่งปีนี้เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน 

มาเชิญชวนเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด เล็งๆ กำหนดวางแผนการเดินทางมาเที่ยวชมงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 หรือ The International Horticultural Exposition:Royal Flora Ratchaphruek 2011 กันด้วยครับ 

งานเริ่มจัดกันตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ถึง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email