เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ความเหมือน ที่ แตกต่างระหว่าง 'แพ้ยา' กับ 'ผลข้างเคียงจากยา'

ความเหมือนที่แตกต่าง 'แพ้ยา' vs 'ผลข้างเคียงจากยา'

โรคบางโรค ป่วยแล้วต้องใช้ยารักษา ซึ่งยาบางชนิดก็ใช่ว่าจะรักษาอาการป่วยให้หายอย่างราบรื่น เนื่องจากอาจก่ออาการไม่พึงประสงค์ และมักทำให้ผู้ป่วยสับสนว่า อาการที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะแพ้ยา หรือเป็นเพียงแค่ผลข้างเคียงกันแน่ 

เหตุข้างต้น ทางโรงพยาบาลเวชธานี ได้ไขข้อข้องใจไว้ในนิตยสารสุขภาพประจำโรงพยาบาล ว่าเมื่อใดที่มีอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการใช้ยา คนส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น หลังกินยาแล้วง่วง ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน แสบท้อง หรือมีผื่นขึ้น ก็สรุปแล้วว่า แพ้ยาทั้งสิ้น 

ซึ่งในความเป็นจริง อาการข้างต้นเรียกรวมๆ ว่า "อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา" โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ อาการหรือผลข้างเคียงจากยา (Side Effect) และ การแพ้ยา (Drug allergy) 

สำหรับความหมายของ อาการข้างเคียงจากยา คือ ผลที่ไม่ได้จงใจให้เกิดขึ้นจากยา หรือเรียกง่ายๆ ว่า เกิดจากฤทธิ์ของยา เช่น กินยาแก้ปวด Ibuprofen แล้วมีอาการแสบท้อง เนื่องจากยาระคายกระเพาะอาหาร

หรือยารักษาโรคความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต แต่บางครั้งอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ จนเกิดอาการข้างเคียง อย่างเช่น ลุกขึ้นแล้วหน้ามืด ใจสั่น อีกทั้งกรณีของยารักษาโรคเบาหวาน หากใช้เกินขนาด หรือผู้ป่วยกินอาหารน้อยลง อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ จนใจสั่น เหงื่อออกมาก บางรายถึงขั้นหมดสติ 

เหล่านี้ถือว่า เป็นผลข้างเคียงจากยา ซึ่งสามารถแก้ไขได้ เพียงปรับเปลี่ยนวิธีกินยา และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องห้ามใช้ยาเสมอไป 

ส่วน การแพ้ยา คือ ปฏิกิริยาที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อต้านยาที่ได้รับเข้าไป โดยแพทย์หรือเภสัชกรก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าผู้ใดจะแพ้ยาชนิดไหน เช่น มีผื่นคัน เปลือกตาบวม ริมฝีปากบวม มีแผลบริเวณเยื่ออ่อน ผิวหนังไหม้ 

ทั้งนี้ หลังพบว่า มีอาการแพ้ยา ควรหยุดยาที่ต้องสงสัยทั้งหมดและพบแพทย์เพื่อรักษาอาการแพ้ ที่สำคัญ ห้ามใช้ยาที่แพ้ซ้ำอีก เพราะจะแพ้ซ้ำและรุนแรงกว่าเดิม บางครั้งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต และเมื่อรู้ว่าแพ้ยาชนิดใด ควรจดบันทึกและแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบทุกครั้ง 

ความเหมือน ที่ แตกต่าง 'แพ้ยา' กับ 'ผลข้างเคียงจากยา'
อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากยา พบได้ถึงร้อยละ 95 โดยไม่รุนแรงและอัตราการตายน้อย ที่เหลือร้อยละ 5 เป็นการแพ้ยา ซึ่งอาการมักรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า. 


ความเหมือน ที่ แตกต่างระหว่าง 'แพ้ยา' กับ 'ผลข้างเคียงจากยา'
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ผ่อนหนัก ให้เป็น เบา สำหรับ คนนอนกรน ลองดู

_


การกรน นอกจากเป็นที่น่ารำคาญต่อผู้อื่นแล้ว ยังเกิดผลเสียต่อตนเองอีกด้วย เพราะอาจเป็นทำให้เกิดของโรคต่างๆ มากมาย ทั้ง โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ หรือร้ายแรงถึงขั้นอัมพาต ดังนั้นเรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการกินสำหรับผู้ที่นอนกรน เพื่อบรรเทาอาการนอนกรนในเบื้องต้นมาฝาก


สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ เหมาะใช้ประกอบอาหารให้ผู้ที่นอนกรนรับประทาน คือ

“หอมแดง” เลือกชนิดที่แก่จัดเพราะกลิ่นฉุนของมันจะทำให้เกิดความชุ่มชื้นในลำคอ และช่วยระบบการหายใจ จะได้ผลดียิ่งขึ้นถ้ากินแบบสด หรือจะนำมาดมก็ได้

“พริกขี้หนู” รสเผ็ดของมันจะทำให้ระบบทางเดินหายใจโล่ง สารแคปไซซินในพริกช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบหลอดลม ทำให้ปัญหาการกรนอาจลดลงได้

“ขิง” ใช้ขิงแก่ประมาณ 5กรัม ทุบให้แตก นำไปต้มน้ำดื่มก็จะช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้สะดวกขึ้นเช่นกัน และสุดท้าย “ใบแมงลัก” มีสรรพคุณในการแก้หวัด และโรคหลอดลมอักเสบ


อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้านอนประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ควรทานอาหารหนักๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อภาวะการขาดออกซิเจนไม่ทัน จนอาจเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ การกรนอาจเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่สนิท ลองดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ก่อนนอน เช่น นม น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น หรือ น้ำสมุนไพรอุ่นๆ สักแก้ว ก็จะทำให้นอนหลับได้สนิท และอาจลดปัญหาการกรนได้


ผ่อนหนัก ให้เป็น เบา สำหรับ คนนอนกรน ลองดู
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ตรวจสอบกันดูว่า คุณเป็นคน...โรคจิต...ประเภทไหน

_


ประเภทของโรคจิต 

โรคจิตแบ่งออกเป็น ๒ พวกใหญ่ๆ คือ 

๑. โรคจิตที่มีสาเหตุเนื่องจากพยาธิสภาพทางกาย ผู้ป่วยจะมีอาการงุนงง สับสน สูญเสียความจำ อารมณ์ผันแปรง่าย สติปัญญาเสื่อม แบ่งออกได้เป็น ๕ ประเภท คือ 

๑.๑ โรคสมองเสื่อมในวัยชราและใกล้ชรา (senile and presenile dementia) เริ่มเมื่ออายุ ๖๕ ปีขึ้นไป ผู้ป่วยจะมีอาการระแวง ซึมเศร้า หูแว่ว พฤติกรรมคล้ายเด็ก รักษาให้ทุเลาอาการทางจิตได้ด้วยยาทางจิตเวช แต่ไม่สามารถจะทำให้ความจำกลับคืนปกติได้ นอกจากนี้ โรคสมองเสื่อม อาจเนื่องมาจากหลอดเลือดในสมองแข็ง พบในผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูงเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการรักษา 

๑.๒ โรคจิตจากสุรา (alcoholic psychoses) องค์การอนามัยโลกได้วิจัยพบว่า คนดื่มสุรา ๕๐ คนจะมี ๑ คนเป็นโรคจิตจากสุรา โรคนี้มี ๗ ชนิดที่พบบ่อยในประเทศไทย คือ โรคสั่นและเพ้อ (delirium tremens) จะมีอาการมือสั่นหวาดกลัว เห็นภาพหลอนหลงผิด งุนงง สับสน โรคจิตจากสุรานั้นสามารถรักษาให้หายได้ 

๑.๓ โรคจิตจากยา (drug psychoses) ยาบางอย่าง เช่น ยาม้าหรือยาขยัน (แอมเฟตามีน) ยานอนหลับ (บาร์บิทุเรต) และฝิ่น เป็นต้น 

๑.๔ โรคจิตชั่วคราวจากสาเหตุฝ่ายกาย (transient organic psychotic conditions) เกิดจากการป่วยด้วยโรคบางอย่าง เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง ไทฟอยด์ โรคติดเชื้อ โรคต่อมไร้ท่อ และโรคระบบเมแทบอลิซึม มักมีอาการงุนงง สับสน เลอะเลือนพูดเพ้อ เห็นภาพลวงตา ประสาทหลอน เมื่อรักษาโรคทางกายทุเลาหรือหายจะไม่มีอาการร่องรอยของโรคจิตเหลืออยู่เลย 

๑.๕ โรคจิตเรื้อรังจากสาเหตุฝ่ายกาย (chronic organic psychotic conditions) เกิดจากการป่วยด้วยโรคทางกาย ที่ทำให้เนื้อสมองเสียหรือเสื่อมไปเช่น โรคซิฟิลิสขึ้นสมอง โรคตับในระยะสุดท้ายเป็นต้น 

๒. โรคจิตอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับพยาธิสภาพทางกาย ได้แก่ 

๒.๑ โรคจิตเภท (schizophrenia) มักเกิดในวัย ๑๕-๔๐ ปี สถิติโลกพบประมาณร้อยละ ๑ ของประชากร โรคจิตเภทเกิดจากสาเหตุร่วมกันหลายประการ อาการที่สำคัญ มีความผิดปกติทางความนึกคิดพูด หัวเราะ ร้องไห้คนเดียวโดยไม่มีเหตุผล ทำท่าแปลกๆ โรคจิตเภทแบ่งออกเป็นชนิดย่อย ๙ ชนิดแต่ที่พบบ่อยคือ 

๒.๑.๑ โรคจิตเภทชนิดระแวงเป็นโรคจิตชนิดที่พบบ่อยที่สุด มีอาการสำคัญ คือ ระแวงว่า คนจะมาทำร้าย มาใส่ยาพิษ หรือคิดว่าตนเองใหญ่โตเกินความเป็นจริง เป็นต้น 

๒.๑.๒ โรคจิตเภทชนิดคาทาโทนิก (catatonic type) เป็นชนิดที่พบรองลงมา ลักษณะสำคัญ คือ มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นหรือน้อยลงผิดปกติอย่างชัดเจน เช่น พูดมากไม่หยุด เดินไปมา ก้าวร้าวหยาบคาย เอะอะอาละวาด หรือตรงกันข้าม ไม่พูด ไม่ขยับเขยื้อน ไม่กินอาหาร และไม่นอน เป็นต้น 

๒.๑.๓ โรคจิตเภทชนิดธรรมดา เกิดอาการค่อยเป็นค่อยไป บุคคลภายนอกจะสังเกตเห็นความผิดปกติได้ต้องใช้เวลาแรมเดือนหรือแรมปี ลักษณะสำคัญ คือ แยกตัวเอง หลบไปอยู่คนเดียวในห้อง เฉื่อยชา เฉยเมย พูดคนเดียว ยืนคนเดียวเป็นต้น การรักษาส่วนมากใช้ยากลุ่มฟิโนไทอะซีนส์ (phenothiazines) ได้ผลดี บางรายรักษาด้วยการทำช็อกไฟฟ้า นอกจากการให้ยาแล้ว โรคพยาบาลจิตเวชทุกแห่งให้การรักษาแบบสิ่งแวดล้อม (milieu therapy) ร่วมด้วย เช่น การรักษาแบบกิจกรรมกลุ่ม การสังสรรค์อาชีวบำบัด นันทนาการบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยมีความเป็นอยู่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมและชุมชนเดิม มีความเชื่อมั่น สามารถติดต่อกับบุคคลอื่นได้ และพร้อมที่จะเผชิญปัญหาได้ตามสมควร และเพื่อป้องกันมิให้อาการกลับอีก ผู้ป่วยจะต้องติดตามการรักษาเป็นเวลานาน หรือบางรายอาจต้องติดตามตลอดชีวิต 

๒.๒ โรคจิตทางอารมณ์ (affective psychosesหรือ manicdepressive psychoses) เป็นโรคจิตที่มีความผิดปกติอย่างมากของอารมณ์ พบมากในประเทศทางซีกโลกตะวันตก ประมาณร้อยละ ๑-๒ ของประชากร ส่วนมากมักเกิดอาการระหว่างอายุ ๓๐-๕๐ ปี อาการจะเกิดเป็นพักๆ เมื่อหายป่วยจะเป็นปกติดีเหมือนธรรมดา สาเหตุใหญ่เนื่องจากกรรมพันธุ์เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีบางอย่างในสมอง ถ้าเด็กที่เกิดจากบิดามารดาป่วยด้วยโรคนี้ จะมีโอกาสเกิดโรคร้อยละ ๑๐-๒๕ อาการสำคัญคือมีอารมณ์ผิดปกติเศร้าหรือครึกครื้น กังวล หงุดหงิด โกรธง่าย งุนงงโรคจิตทางอารมณ์แบ่งเป็นชนิดต่างๆ ๗ ชนิด ที่พบบ่อยคือ 

๒.๒.๑ โรคจิตทางอารมณ์ชนิดครึกครื้นหรือคลั่ง มีพลังกระตือรือร้นมากผิดธรรมดา ทำกิจกรรมมากขึ้นไม่เหน็ดเหนื่อย ขาดความยับยั้งชั่งใจมีกิจกรรมทางเพศเพิ่มขึ้น หลงผิดคิดว่าตนเป็นคนใหญ่โต หรือมีความระแวงร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังมีลักษณะอารมณ์ครึกครื้นหรือโกรธง่าย หงุดหงิด พูดมากความคิดไหลบ่าท่วมท้นจนพูดไม่ทัน เป็นต้น 

๒.๒.๒ โรคจิตทางอารมณ์ชนิดเศร้าพบในหญิงมากกว่าชาย ในวัยระหว่างอายุ ๔๕-๕๕ ปีมีอาการเศร้า สิ้นหวัง อยากร้องไห้เสมอๆ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า คิดอยากฆ่าตัวตาย ขาดพลัง ขาดความริเริ่ม รู้สึกว่างานธรรมดากลายเป็นงานยาก นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ความสนใจทางเพศลดลงมาก วิตกกังวล กระวนกระวายใจมาก 

๒.๒.๓ โรคจิตทางอารมณ์ชนิดผสมมีอาการทั้งสองชนิดข้างต้นปนกันในเวลาเดียวกัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจทุเลาได้ในเวลา ๓-๖ เดือน ถ้ารักษา อาการจะทุเลาได้ภายใน ๒-๓ สัปดาห์ การรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดอาการอาจใช้ลิเทียม (lithium) หรือใช้ยาแก้เศร้าแล้วแต่กรณี 

๓. โรคจิตภาวะระแวง มีอาการสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ มีความหลงผิดชนิดระแวง บุคลิกภาพไม่เปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดเจน โรคจิตชนิดนี้พบน้อยกว่าโรคจิตเภท และโรคจิตทางอารมณ์ ที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ ภาวะระแวงในวัยต่อและวัยชราเช่น ระแวงว่าขโมยจะขึ้นบ้าน ระแวงว่าภรรยาจะมีชู้ส่วนมากสามารถรักษาให้ทุเลาได้ด้วยยารักษาโรคจิต 

๔. โรคจิตอื่นๆ ที่มีอาการเกิดจากความเครียดทางอารมณ์ เช่น ตกงาน ไฟไหม้บ้าน เป็นต้นอาจมีอาการออกมาในรูปเศร้า อยากฆ่าตัวตาย งุนงงหวาดกลัว หลงผิด ระแวง อาการจะทุเลาได้เร็ว ถ้าได้รับการรักษา โดยเฉลี่ยเมื่อภาวะที่ทำให้ตึงเครียดนี้หมดไป โรคนี้จะเกิดกับคนบางคนเท่านั้น คนส่วนมากสามารถปรับตัวได้เมื่อเผชิญปัญหา 

เครดิต : แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา


ตรวจสอบกันดูว่า คุณเป็นคน...โรคจิต...ประเภทไหน
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

ใครจำได้บ้าง ภาพความหลัง ละครดัง สำหรับ คนเลข 3

สิงหไกรภพ  


สี่ยอดกุมาร


บทสัมภาษณ์เก่าๆ
อยากได้หนังสือรุ่นนี้จัง


เหรียญมรดก



นางเอก



-ไชยเชษฐ์





สมัยเด็กๆชอบดูเรื่องนี้ขวานฟ้าหน้าดำ


ขวานฟ้าหน้าดำ



อีกภาพเดี่ยวๆ

_
หุ่นฟาง


จ้อย/หุ่นฟาง/ขวาน


อำมาตย์(ตัวร้าย)


นางยักษ์


รวมนักแสดง


รวมนักแสดง


พระเอก-นางเอก ตอนโต ศุภชัย เธียรอนันต์/ผุสรัตน์ ดารา


ภาพสุดท้ายค่นางเอกสวยมากๆ



ใครจำได้บ้าง ภาพความหลัง ละครดัง สำหรับ คนเลข 3
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

มื้อนี้ อร่อยกับ!! หนำเลี๊ยบหมูสับ น่ากิน ๆ พร้อมวิธีทำ ( อยากกินอะ )



เครื่องปรุง
1. ลูกหนำเลี๊ยบดองเกลือ 7 เม็ด 
2. หมูสับ 200 กรัม 
3. กระเทียมสับ 1 ชต. 
4. พริกไทยป่น ½ ชช. 
5. น้ำตาล ½ ชช. 
6. น้ำมันพืช 3 ชต. 

วิธีทำ 
1. แกะเม็ดหนำเลี๊ยบทิ้งไป จากนั้นสับเนื้อหนำเลี๊ยบพอหยาบ พักไว้ 
2. ตั้งกระทะให้ร้อนผัดน้ำมันพืชกับกระเทียมให้หอม ตามด้วยเติมหนำเลี๊ยบลงผัดให้เข้ากัน 
3. ตามด้วยหมูสับผัดจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ,พริกไทยป่น ผัดจนเข้ากันดีเป็นอันเสร็จ 


วิดีโอสอนทำ 


มื้อนี้ อร่อยกับ!!  หนำเลี๊ยบหมูสับ น่ากิน ๆ พร้อมวิธีทำ ( อยากกินอะ )
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email