เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

โอ้ว ว้าว รถยนต์ล่องหน โดย Mercedes Benz ไอเดียเจ๋ง


ค่ายรถหรูอย่าง Mercedes ต้องการที่จะโปรโมทรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง(fuel cell vehicle) รุ่นใหม่ล่าสุด แทนที่พวกเค้าจะอวดโฉมรถให้คนทั้งโลกเห็น แต่พวกเค้ากลับทำให้รถล่องหน ซ่อนไม่ให้ใครเห็นซะงั้น

นี่ถือเป็นหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ที่ชาญฉลาดอีกครั้งของ Mercedes ในการโปรโมทรถยนต์ที่เมื่อหลายคนได้เห็นจะต้องละสายตาไปจากมันไม่ได้เลย ด้วยการทำให้รถล่องหน กลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มันกำลังวิ่งผ่าน โดยการนำแผ่น LED มาติดให้ทั่วด้านนึงของรถยนต์ ส่วนอีกด้านก็ติดกล้อง Canon 5D Mark II เพื่อถ่ายวิดีโอเก็บภาพเอาไว้

การทำลักษณะนี้ก็คล้ายกับ ชุดฮัลโลวีนที่ใช้ไอแพดสองเครื่องมาติดที่หน้าท้องแล้วใช้กล้องทำ facetime เพื่อลวงตาให้เหมือนกับว่าช่องท้องมองทะลุได้ ทาง Mercedes ก็ได้ใช้กลเม็ดแบบเดียวกัน เพื่อทำให้คนมองผ่านรถทั้งคันเห็นทะลุไปยังวิวที่อยู่อีกฝั่งของตัวรถได้ ทำให้คนที่เห็นมันเกิดความสนใจและประทับใจได้เป็นอย่างดี

Mercedes กล่าวว่า รถยนต์คันนี้ใช้ระบบไฮโดรเจนในการขับเคลื่อน และพร้อมแล้วสำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายจริงซึ่งคาดว่าเราจะได้เห็นรถคันนี้ออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2014 แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงก็ยังคงมีราคาแพงอยู่ สาเหตุนึงเป็นเพราะไฮโดรเจนมีความยากในการจัดเก็บและขนส่ง แถมวัสดุที่จำเป็นในการสร้างรถเซลล์เชื้อเพลิงก็ยังมีราคาสูงอยู่ด้วยเช่นกัน.






_


โอ้ว ว้าว รถยนต์ล่องหน โดย Mercedes Benz ไอเดียเจ๋ง
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

50 คำคมดีๆ ที่เอามาเคาะหัวใจคุณ



50 คำคมดีๆ ที่เอามาเคาะหัวใจคุณ

1.คาดหวังให้สูงเข้าไว้และแน่นอนว่าต้องเตรียมใจที่จะพบกับความผิดหวังด้วย

2.ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

3.ถ้าเชื่อว่าไม่แพ้ เราก็จะไม่แพ้

4.คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้

5.อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ

6.ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้ความสุขในคราวต่อมาเป็นความสุขที่แท้จริง

7.เพื่ออะไรกับการรอคอยที่ไม่มีความหมาย

8.ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น

9.กุหลาบไร้หนามมีเพียงมิตรภาพเท่านั้น

10.อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังทำ

11.แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับความยั่งยืนของชีวิต

12.โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ
13.ไม่มีใครสะดุดภูเขาล้ม มีแต่สะดุดก้อนหินล้ม

14.ไม่มีใครเข้มแข็งตลอดไปและไม่มีใครอ่อนแอตลอดกาล

15.บางครั้งเราก็เหมือนคนตาบอดมีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้คือการคลำทางเดินหน้าต่อไป

16.อย่าเกลียดน้ำตาเพราะมันคือเพื่อนแท้ อย่าเกลียดความอ่อนแอเพียงเพราะมันไม่ใช่ความเข้มแข็ง

17.มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมีชีวิต

18.ทุกอย่างมีค่าเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าไม่ควรจะทำมันอีก

19.คนฉลาดย่อมไม่นำแต่ตาม ย่อมไม่พูดแต่ฟัง

20.ทุกคนได้ยินในสิ่งที่คุณพูด แต่เพื่อนที่ดีที่สุดจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด

21.อวดโง่ดีกว่าอวดฉลาด

22.คนที่ว่าคนอื่นโง่ บุคคลนั้นโง่ยิ่งกว่า คนที่ว่าคนอื่นฉลาด บุคคลนั้นคือผู้ฉลาดอย่างแท้จริง

23.ฝันได้แต่อย่าหวัง

24.เรียนรู้ที่จะแพ้อย่างผู้ชนะ แล้วจะรู้จักกับคำว่าชัยชนะที่แท้จริง

25.นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

_

26.ความยึดถือคือความเจ็บปวด

27.ใครคนนึงไม่ได้รักเรามากกว่าคนอื่น และไม่ได้รักคนอื่นมากกว่าเรา โปรดอย่าน้อยใจ

28.อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต

29.ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต

30.สิ่งร้ายๆจะมาพร้อมกับสิ่งดีๆเสมอ

31.โลกใบนี้ยังมีมุมดีๆให้มอง

32.ตัวเรายังไม่ได้ดั่งใจเรา แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร

33.ถนนบางสายไกลหน่อยแต่ก็ยังมีวันถึง

34.แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง แต่งใจด้วยความดี

35.ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง

36.เดินคนเดียวอาจไม่รู้สึกดีอะไร แต่อย่างน้อยก็มีที่แกว่งแขนมากขึ้น

37.ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าเดิม

38.ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เพราะทุกปัญหาแก้ไขได้

39.ถ้าไม่ลองก้าวจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองวิ่งได้

40.ตึกสูงระฟ้ามาจากก้อนอิฐ

41.ใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ยอมรับสิ่งที่เป็น มองเห็นข้อดีคนอื่น หยัดยืนด้วยขาตัวเอง

42.เราจะรู้รสชาติของความสุขก็ต่อเมื่อเราผ่านความทุกข์มาก่อน

43.ปัญหามีไว้แก้ และต้องแก้ด้วยตัวเองไม่ใช่ยืมมือคนอื่นมาแก้

44.จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์คือความเชื่อใจ

45.ทุกคนมีคุณค่าเพียงแต่มีโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน

46.บางทีการได้เจอปัญหามันก็ดีเหมือนกัน

47.สิ่งที่ผ่านมาแล้วจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก

48.ไม่ว่าใครจะตายหรือหายไป สุดท้ายโลกก็ยังหมุนต่ออยู่ดี

49.น้ำตาให้ได้แค่ความเห็นใจ

50.ในการที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใดทุกครั้งควรคิดถึงจุดจบด้วย...


อ่านจบแล้วยิ้มกว้างๆเลยนะ  ^_^
50 คำคมดีๆ ที่เอามาเคาะหัวใจคุณ
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

สงครามนางเอก “อั้ม” VS “ชมพู่” จริงหรือไม่!? ที่ทั้งสองไม่กินเส้นกัน

จริงหรือไม่!? ที่ “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ กับ “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต ไม่กินเส้นกันถึงขนาดไม่ยอมแชะรูปคู่กัน และไม่ยอมขึ้นเวทีเดียวกัน แม้ที่ผ่านมาอาจจะมีงานอีเวนต์ที่ชมพู่อ้างว่า “เคยถ่ายรูปร่วมกันไปหลายเฟรมแล้ว” … แต่นั่นเป็นภาพที่ยอมทำเพื่อเงินที่ถูกว่าจ้างมากกว่า!! 
สมัยอยู่ช่อง 7 สีด้วยกัน พัชราภาไม่เคยพูดถึงนางเอกรุ่นน้องร่วมช่องคนนี้เลย และวันนี้เมื่อรัศมีของชมพู่เจิดจรัสที่ช่อง 3 ในฐานะนางเอกแถวหน้า คำว่า “พี่” ที่เธอเคยเรียกเมื่อวานซืนก็หายไป คงเหลือแต่คำว่า “อั้ม” เฉยๆ ความเปลี่ยนแปลงนี้...แม้จะไม่ถึงขั้นประกาศสงคราม แต่ก็บอกนัยบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ 

ความเปลี่ยนไปของนางเอกคู่นี้ “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ - “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นที่พูดถึงมากขึ้นทุกที นับตั้งแต่ชมพู่เริ่มก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกในระดับซุป’ตาร์ ทางช่อง 3 เรื่องมาโชยให้ได้กลิ่นเมื่อคอลัมน์ “คลื่นรบกวน” หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 20 / 2 / 55 เขียนเนื้อข่าวสั้นๆ ประกอบรูปอั้มเอาไว้ว่า 

“ไม่รู้ว่าเพราะเคยดองเลยมองหน้าไม่ติด หรืออยู่คนละวิก อั้ม พัชราภา กับ ชมพู่ อารยา เลยไม่ยอมร่วมเฟรมกันในงานสยามบันเทิง!” 
_
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามสงวนท่าทีว่าไม่มีอะไร ทั้งที่ความเป็นจริงคนใกล้ชิดต่างรู้ดีว่าคู่นี้พยายามข่มกันสุดๆ!! งานนี้จึงทำให้บรรดาแฟนคลับกองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายที่เคยฮึ่มๆ ใส่กันมาโดยตลอดพากันดาหน้าออกมาปะทะตรงผ่านแป้นคีย์บอร์ด 

เด็กค่าย VS เด็กช่อง 
เส้นทางการก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกของทั้งคู่นั้นเรียกว่า “ต่างกรรมต่างวาระ” อั้มได้รับการทาบทามให้เซ็นสัญญาเป็นนางเอกของช่อง 7 สีตั้งแต่เข้าวงการ ส่วนชมพู่ที่แสดงละครให้แก่ช่อง 7 นั้นเซ็นสัญญาอยู่กับค่ายดาราวิดีโอมาตั้งแต่แรกจนวันสุดท้าย ในแง่ศักดิ์ศรีแล้ว “เด็กช่อง” กับ “เด็กค่าย” ย่อมต่างกัน ชมพู่มาในช่วงที่อั้มเจิดจรัสเปล่งประกายเป็นนางเอกสุดฮอตเบอร์หนึ่งงานชุกของช่องแล้ว เวลาเดียวนั้น เทรนด์ใบหน้าและสไตล์แบบลูกครึ่งอย่างชมพู่ไม่เป็นที่นิยมของช่อง 7 สี มิหนำซ้ำชมพู่ก็ยังไม่เอานม-ก้นออกมาขายเหมือนนางเอกรุ่นพี่ ลุคแรกของชมพู่จึงเป็นสาวประเภท “สวย รอด ปลอดภัย” งานละครของชมพู่เมื่อแรกนั้นยังขาดความโดดเด่น และไม่ได้อยู่ในชั้นเดียวกับ “อั้ม” พัชราภา” และความห่างชั้นต้องเรียกว่า “หลายขุม” นานๆ จะมีละครหลังข่าวหลุดออกมาสักเรื่อง โดยมากเป็นละครประกบ และละครเย็นก่อนข่าวมากกว่า ความต่างกันนี้ทำให้อั้มไม่เคยกล่าวถึงชมพู่เลย พูดง่ายๆ คือ “เธอกับฉันคนละชั้น” นั่นเอง 

จากนางเอกจอแบน!! ชมพู่ถูกนิตยสาร “ดิฉัน” พาไปโกยนม นุ่งสั้น แหกแข้งแหกขา ทำท่ายั่วยวนด้วยคอนเซ็ปต์แฟชั่น “มาริลีน มอนโร” ภาพลักษณ์ใหม่นี้เรียกเสียงวี้ดวิ้ว และได้รับการพูดถึงมาก และนั่นคือจุดเริ่มที่พลิกชีวิตของชมพู่จากหน้ามือเป็นหลังมือมานับแต่นั้น 

ความเซ็กซี่นี้ไม่ใช่แต่ชมพู่ที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองในเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว ยังมีนางเอกคนอื่นๆ ที่พยายามนำเสนอเจริญรอยตามถึงขั้นวัดรอยเท้า “อั้ม-พัชราภา” กันเป็นแถว 

ละครที่ชมพู่ประสบความสำเร็จมาก คือ ละครเรื่องสุดท้ายที่เล่นให้กับช่อง 7 สีเพื่อทิ้งทวนในบทนางร้ายจากละครเรื่อง “ดาวเปื้อนเดือน” ของค่ายโพลีพลัส ส่งผลให้ชมพู่ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมเมื่อปี 2551 

เมื่อชมพู่ถูกทาบทามให้ไปเป็นนางเอกของช่อง 3 ในช่วง 2-3 เรื่องแรกที่ทำงานกับช่อง 3 แม้จะเป็นที่พูดถึงบ้างแต่ไม่มาก ช่วงประสบความสำเร็จสูงสุดนั้น เริ่มมาจากไฟโชนแสง, รหัสทรชน, ดอกส้มสีทองและเมียแต่ง ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเธอได้รับการไต่เต้าเป็นนางเอกแถวหน้าของช่อง 3 ในระยะเวลาอันสั้น และน้อยคนที่ย้ายจากช่อง 7 สีไปช่อง 3 จะทำได้เสมอเหมือน 

ถ้าวัดกันในแง่ศักดิ์ศรีของนางเอกแล้ว ชมพู่ ณ วันนี้ไม่ใช่ “ตัวรอง” เหมือนสมัยที่อยู่ช่อง 7 อีกต่อไป 
แต่ไม่ว่าใครจะพยายามจับนางเอกสุดฮอตทั้งคู่มาชนกันอย่างไร ทั้งสองก็ยังสงวนท่าทีไม่เคยมาชนกันให้เห็นจะจะเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

ในระยะแรกที่ชมพู่เริ่มปฏิวัติตัวเอง เริ่มมีคนสังเกตได้ว่า อีเวนต์งานไหนที่จ้างเธอให้ไปออกแล้วมี อั้ม พัชราภามาเป็นฟินาเลต์ ชมพู่มักจะเลือกเฟ้นชุดที่จะสวมใส่เป็นพิเศษชนิดไม่ยอมน้อยหน้า ซึ่งชมพู่ในช่วงนั้นบอกว่าไม่อยากให้เอาเธอไปเปรียบเทียบ เพราะเธอยกให้ “พี่อั้ม” เป็น “นางเอกเซ็กซี่ตัวแม่” แต่หลังจากที่ชื่อเสียงของชมพู่เริ่มไต่ระดับขึ้นมาจนอยู่ในจุดที่เรียกว่าซุป’ ตาร์เช่นเดียวกับอั้ม ชมพู่ก็ไม่ปริปากพูดถึงอั้มอีกเลย 

ยกแรก สงคราม Sexy Star - ผู้ชนะ : “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ 
หากพูดถึงความเซ็กซี่ อั้มนั้นเดินบนเส้นทางสายนี้มาตั้งแต่นมชมพู่ยังไม่ตั้งเต้า และนั่นก็ทำให้ทุกเวทีของการมอบรางวัลสาวเซ็กซี่จะต้องมีชื่อของอั้ม พัชราภาติดในลำดับต้นๆ อยู่เสมอ แน่นอนว่าอั้มเคยก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกสุดเซ็กซี่อันดับหนึ่งของการจัดอันดับสาวเซ็กซี่ของนิตยสารชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น FHM หรือ Maxim 

แต่หลังจากชมพู่ตัดสินใจเบนเข้ามาสู่เส้นทางเซ็กซี่บ้างนั้น ความสดใหม่และหลากหลายของเธอก็ทำให้อั้มหนาวๆ ร้อนๆ ยิ่งอั้มตกเป็นรองเรื่องของสังขารด้วยแล้ว ชมพู่ก็จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับเธอไม่ใช่น้อย ระยะหลังงานประกาศผลสาวเซ็กซี่ของนิตยสารหรือสื่ออื่นๆ ที่อยากจะเชิญอั้ม พัชราภาไปร่วมงานโดยที่ชมพู่ได้รับรางวัลก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการยกพัชราภาไว้บนหิ้ง โดยตั้งรางวัล “เซ็กซี่ตลอดกาล” ขึ้นให้แก่เธอ เพราะถ้าไม่มีถ้วยโล่อะไรมอบให้เธอ อย่าหวังว่าอั้มจะไปร่วมงาน 

แต่ถ้าเทียบกันชนิดปอนด์ต่อปอนด์ก็ต้องยอมรับว่า แม้สังขารจะร่วงโรยไปตามวัย แต่บุญบารมีที่อั้มสั่งสมมาโดยตลอดก็ถือว่าผลงานของเธออยู่ในขั้นคลาสสิกขึ้นหิ้ง และมีคุณภาพโดยรวมที่เข้าท่าเข้าทางกว่าชมพู่ที่แม้จะสดใหม่แต่ก็ยังต้องควานหา “ความลงตัว” ไม่เจอ แม้อั้มจะเริ่มออกทะเลแต่งหวือหวากลาดเกลื่อนเรี่ยราดไปกับชุดที่ไร้รสนิยมในระยะหลังบ้าง แต่ผลบุญที่เธอสั่งสมมาในระยะแรกก็ทำให้อั้มเอาชนะชมพู่ไปในยกแรกแบบเฉียดฉิว 

ยกที่สอง สงครามว่าที่คู่ครอง - ผู้ชนะ : “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต 
เรื่องแฟนหนุ่มข้างกายของทั้งสองซึ่งบังเอิ๊ญ บังเอิญเหลือเกินที่อดีตแฟนหนุ่มของสาวอั้มอย่าง “โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” นั้นเป็นน้องชายแท้ๆ ของ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” แฟนหนุ่มของชมพู่ และนั่นก็ทำให้สองนางเอกสาวถูกนำมาเปรียบมวยกันอีกครั้งในฐานะสองนางเอกว่าที่สะใภ้ตระกูลรังษีสิงห์พิพัฒน์ ซึ่งจัดว่า “รวยเข้าขั้น” 

อั้มและชมพู่เริ่มต้นความรักกับสองพี่น้องในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ความรักของสาวอั้มดูจะหวือหวาและเป็นข่าวเยอะกว่าตามสไตล์อั้ม แม้ความเจ้าชู้ของสองพี่น้องโน้ต-น็อตจะไม่แพ้กันก็ตาม แต่ความเหวี่ยงวีนและยอมไม่ได้สไตล์อั้มก็ทำให้เธอเป็นข่าวรายวันเรื่องหนุ่มโน้ต ทั้งเรื่องที่ไปวีนกะเทยเอ็มมี่ที่โน้ตเคยแอบไปกิ๊กด้วย ตลอดจนการรักๆ เลิกๆ ระหว่างเธอกับโน้ตซึ่งนำมาสู่การเลิกรากันอย่างถาวรในเวลาต่อมา 

ส่วนชมพู่นั้นนิ่งและสงบสยบความเจ้าชู้ได้อยู่หมัดกว่า นานๆ ทีจะเห็นเธอออกงานกับน็อต แฟนหนุ่ม และความนิ่งของเธอทำให้ความรักยืนยาวและต่อเนื่องมาจนได้อยู่ในตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลรังษีสิงห์พิพัฒน์ไปในที่สุด 

ยกสุดท้าย สงครามแฟนคลับ - ผู้ชนะ : ไม่มี 
ยกนี้มันสะเด่า เพราะมีบรรดาแฟนคลับแม่ยกเป็นตัวตีกันเองชนิดที่สองสาวไม่ต้องเหนื่อยแต่อย่างใด เวทีหลักๆ ที่บรรดาแฟนคลับใช้เป็นพื้นที่โจมตีกันก็คือเว็บไซต์ชื่อดังอย่างพันทิป ที่วันดีคืนดี อั้ม อาร์มี ก็จะออกมาตั้งกระทู้เชียร์นางเอกในดวงใจ ก่อนที่ชมพู่เอฟซีจะตามเข้ามาถล่ม หลังๆ ต่างฝ่ายเริ่มรู้แกวใช้กลวิธีตั้งกระทู้เปรียบมวยกันโต้งๆ โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดเหตุเกิดที่งานสยามบันเทิง เมื่ออั้มกับชมพู่แต่งตัวสวยมาร่วมงานเดียวกัน แม้จะไม่ยอมแชะภาพเฟรมเดียวกัน แต่แฟนคลับก็นำภาพของทั้งคู่มาตัดประกบกันแล้วเปิดให้โหวตซึ่งๆ หน้า 

ผลปรากฏว่า อั้ม อาร์มีที่มีจำนวนมากกว่าในเว็บดังกล่าวเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย แต่ก็ตามมาด้วยดรามาร้อนๆ จากสองฝ่าย ฝั่งแฟนอั้มที่เรียกชมพู่ว่า “อีตุ๊กตาบลายด์หน้าผี” จิกการเลือกชุดมางานของชมพู่ว่าสะเหล่อโลว์คลาส และย้ำว่าชมพู่จงใจสวมชุดมาให้เด่นกว่าอั้ม 

ส่วนฝ่ายแฟนชมพู่ซึ่งเรียกอั้มว่า “ป้าเถิกคูโบต้า” ก็ชี้ให้เห็นว่าอั้มสังขารร่วงโรยลงไปเยอะขนาดไหน นอกจากนั้นก็กัดการเลือกชุดเพลย์เซฟของสาวอั้มว่าชีไม่กล้าจะฉีกขนบเดิมๆ ของตัวเอง ทำได้แค่แต่งหน้า ทำผม และแต่งตัวสไตล์เดิมๆ เสมอ ไม่เหมือนชมพู่ที่พวกเธอรักใคร่เทิดทูนซึ่งมีหลากหลายสไตล์ไม่จำเจ 

ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก แฟนคลับยังคงเดินหน้าสาดน้ำลายผ่านแป้นคีย์บอร์ดกันต่อไป ท่ามกลางความคุกรุ่นในใจของสองนางเอกชื่อดังที่ทั้งสองพยายามแย้มปากบอกว่า “ไม่มีอะไร” แต่พฤติกรรมก็ยังคงชัดเจนว่างานไหนมีอั้ม งานนั้นไม่มีชมพู่ หรือที่ไหนมีชมพู่ ที่นั่นอั้มต้องไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด 
................................................................... 

 สงครามนางเอก “อั้ม” VS “ชมพู่” จริงหรือไม่!? ที่ทั้งสองไม่กินเส้นกัน
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 เรียกน้ำย่อยกันก่อน สักนิด ในชุดว่ายน้ำ ว้าาว









_











มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 เรียกน้ำย่อยกันก่อน สักนิด ในชุดว่ายน้ำ ว้าาว
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)

หนุ่มๆ ราศีไหน ที่จะทนอารมณ์ เหวี่ยง ของคุณสาวๆ แบบต่างได้ ลองดูนะ


_

 แน่ นอนว่า ผู้หญิงทุกคนต้องเอาแต่ใจ ต้องการให้แฟนหนุ่มตามใจไปซะทุกอย่าง ขอหยิบคำทำนายว่า หนุ่มๆ แต่ละราศีเขาจะทนนิสัยของคุณได้แค่ไหน มาดูกัน

      หนุ่มราศีมังกร 
เกิดระหว่าง 22 ธันวาคม -20 มกราคม 

         สำหรับสาวที่เขาชอบหรือปิ๊งมานานแล้ว ต่อให้เจ้าหล่อนทำตัวน่าเบื่อหรือเอาแต่ใจสารพัดเรื่อง เขาก็ยินดีที่จะสนองเจตนาของหล่อนโดยไม่มีบิดพลิ้วเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กับสาวที่เขาไม่สนใจแล้วละก็ พ่อหนุ่มคนนี้จะไม่ชายตามองเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ก็จะดูง่ายว่าเขาชอบหรือไม่ชอบคุณกันแน่ แต่ส่วนมากหนุ่มราศีมังกรคนนี้เขาจะชอบผู้หญิงเป็นทุนอยู่แล้ว อะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก เขาก็จะตกลงโอ.เค.กับคุณอยู่แล้ว 

      หนุ่มราศีกุมภ์ เกิดระหว่าง 21 มกราคม -19 กุมภาพันธ์ 

         หนุ่มราศีกุมภ์เกลียดการเอาแต่ใจตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเอาแต่ใจของใครก็ตาม เขาชอบการคบหากันด้วยเหตุผล ตกลงกันด้วยดี จึงมีสุภาษิตประจำใจว่า "ไม่ทำ ไม่สนองและไม่เปิดโอกาสให้สำหรับการเอาแต่ใจตัว" เพราะฉะนั้น ถ้าขืนไปทำเป็นออดอ้อนไม่รู้เรื่องกับเขาละก็ มีหวังได้ทะเลาะกันแน่ๆเลย กับหนุ่มราศีกุมภ์แล้ว ควรใช้หลักการเจรจากันด้วยสันติทุกเรื่อง 

      หนุ่มราศีมีน เกิดระหว่าง 20 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม 

        ไม่รู้ว่าเป็นอะไร หนุ่มราศีมีนเขาชอบมากที่จะให้สาวๆคอยต่อว่าต่อขานและทำปึ่งหรือเรียกร้อง เอาจากเขา เวลาที่เขาโดนเธอทำอะไรใส่เหมือนเป็นการเอาแต่ใจตัวเองหรือโกรธรำคาญใส่ แทนที่เขาจะมีความรู้สึกเคียดแค้น โกรธจนตัวสั่น เขากลับพินอบพิเทาเหมือนเป็นข้าทาสคอยรับใช้เธออย่างซื่อสัตย์ แต่ก็ควรจะเป็นฝ่ายเอาใจเขาบ้างนะ ไม่ต้องบ่อยนักหรอก พอหอมปากหอมคอ แล้วเขาจะยอมตายถวายชีวิตมอบหัวใจของเขาไว้กับคุณคนเดียวเลยล่ะ 

      หนุ่มราศีเมษ เกิดระหว่าง 21 มีนาคม-20 เมษายน 

        หนุ่มราศีเมษเป็นคนตรงๆ มันสมองก็ไม่ขดเสียจนซับซ้อนมาก ท่าทางการแสดงออกของเขาก็เลยดูออกไม่ยากนัก เขาจะเป็นคนตรงไปตรงมากับสาวที่เขาชอบ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะเย็นชา ไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อเจ้าหล่อนมีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเอง เพียงแต่คุณจะต้องย้ำให้เขารับรู้ว่า คุณหวังพึ่งเขาเพียงคนเดียว และคุณก็แสดงความเป็นคนเอาแต่ใจกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ถ้าคุณไม่ยอมเขาและทำเหมือนบีบบังคับเขา คอยออกคำสั่งเขาทุก ๆ อย่างละก็ มีเรื่องกันแน่ ๆ เลยค่ะ 

      หนุ่มราศีพฤษภ เกิดระหว่าง 21 เมษายน-21 พฤษภาคม 

        หนุ่ม ราศีพฤษภก็เป็นคนที่เอาแต่ใจเหมือนกัน เลยสามารถยอมรับการเอาแต่ใจของคุณได้ไม่ยากนัก แล้วถ้าต่างคนต่างยอมรับนิสัยที่เอาแต่ใจของกันและกันได้ เขาก็จะยิ่งสุภาพอ่อนโยนต่อเธอมาก เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณด้วยที่จะทำให้เขายอมรับได้แค่ไหน คุณสามารถทำให้เขายอมสยบอยู่แทบเท้าคุณได้หรือไม่ อีกอย่าง วางฟอร์มไว้บ้างนะ มันจะทำให้เขารู้สึกอยากจะเอาชนะใจคุณให้ได้ 

      หนุ่มราศีเมถุน เกิดระหว่าง 22 พฤษภาคม-21 มิถุนายน 

        หนุ่มราศีเมถุนเป็นคนที่ไม่เรื่องมากหรือเอาจริงเอาจังกับอะไรนักเลย เหมือนว่าเขาจะยอมรับนิสัยที่เอาแต่ใจของคุณไม่ยากนัก แต่เขามีนิสัยเป็นคนขี้รำคาญและมีความอดทนน้อยมาก ถ้าคุณทำอะไรไม่ดูจังหวะจะโคนให้แน่นอน เขาก็อาจจะตีจากคุณไปดื้อ ๆ จะเอาแต่ใจตัวเองหรือประจบเขาละก็ ต้องพูดคำหวานๆกับเขาบ้าง และก็อย่าซ้ำซากให้มากนัก 

      หนุ่มราศีกรกฎ เกิดระหว่าง 22 มิถุนายน-23 กรกฎาคม 

        เมื่อเริ่มจะจีบสาว เจ้าหล่อนยอมไปไหนมาไหนด้วยแค่ไม่กี่ครั้ง นายคนนี้ก็เหมาเอาเองว่าเธอยอมตกลงปลงใจกับเขาแน่นอนแล้ว แต่หนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหนียว มักจะไม่ให้อาหารกับปลาที่ตกได้อีก ฉะนั้นถ้าคุณจะให้เขาทำอะไรให้ละก็รีบๆทำซะนะ หรือจะเอาแต่ใจตัวก็รีบทำเสียตั้งแต่เนิ่นๆนะ แรกๆก็เล่นตัวหน่อย ทำเป็นหมาหยอกไก่สักหน่อย พอหอมปากหอมคอ แต่อย่าได้ไปหลอกใช้เขาแล้วทิ้งขว้างเขาล่ะ บาปนะจะบอกให้ 

      หนุ่มราศีสิงห์ เกิดระหว่าง 24 กรกฎาคม -23 สิงหาคม 

        ปกติ หนุ่มราศีสิงห์เขาชอบทำตัวยึดถือเหตุผล ความถูกต้องยุติธรรม แต่พอมีความรักเข้าเขาจะหน้ามือตามัวหาเหตุผลที่เคยมีแต่ก่อนไม่เจอเลย หนุ่มราศีสิงห์เขาเป็นคนที่มีน้ำใจและใจดีกับสาวๆ แต่เขาทนไม่ได้ที่จะให้ตัวเองสยบอยู่แทบเท้าของคุณเธอ ถ้าคุณจะพูดหรือขอทำอะไรที่เอาแต่ใจบ้าง ขอแค่เพียงพูดจาให้เปป็น พยายามหว่านล้อมเขาให้ เขายังมีศักดิ์ศรีของเจ้าป่าหลงเหลืออยู่บ้างก็พอ 

      หนุ่มราศีกันย์ เกิดระหว่าง 24 สิงหาคม-23 กันยายน 

        หนุ่มราศีกันย์เป็นผู้ที่สามารถเอาใจผู้หญิงได้เก่งที่สุดในบรรดาหนุ่มทั้ง 12 ราศี สำหรับเรื่องการตามใจคุณนั้น เขาจะไม่ยอมคุณง่ายๆหรอก เขาไม่ชอบที่จะให้คุณคอยเอาใจประจบประแจงเขาเพื่อที่จะหวังผลให้เขายอมตามใจ คุณ เพราะเขาเกรงว่าถ้ากระทำอะไรที่ยอมตามใจคุณง่าย ๆ ก็จะกลายเป็นว่าเขาหมอบราบทำท่าหงอคอยทำคามคำสั่งของคุณ เขาจะยอมตามใจคุณบ้างก็ต่อเมื่อเขามั่นใจว่า การตามใจคุณนั้จะไม่ทำให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบคุณสักเท่าไหร่นัก 

      หนุ่มราศีตุลย์ เกิดระหว่าง 24 กันยายน-23 ตุลาคม 

        หนุ่มราศีตุลเขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นหนุ่มเนื้อหอม มีสาวๆมาล้อมหน้าล้อมหลัง แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยนมีน้ำใจมากมายนักนะ อะไรที่เขาเคยทำไปก็คงเป็นเพราะเขาอยากจะสร้าง "บุญคุณ" เอาไว้ลำเลิกทีหลังเท่านั้น คุณจะได้ควงคู่อยู่กับเขานาน ๆ ยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นอยากจะทำหรือพูดอะไรที่เอาแต่ใจตัวเองก็รีบ ๆ ทำซะ เอาซะให้เข็ดเลย 

      หนุ่มราศีพิจิก เกิดระหว่าง 24 ตุลาคม-22 พฤศจิกายน 

        นายแมงป่องคนนี้เขาสามารถที่จะเอาแต่ใจตัวเองและเอาอกเอาใจคนอื่นได้ตลอด เวลา (แต่ต้องเป็นสาว ๆ นะ) โดยเฉพาะถ้าเป็นสาว ๆ ละก็เขาจะไม่ปฏิเสธเธอเด็ดขาด ถ้าเธอเอาอกเอาใจออดอ้อนเขาให้ทำนั่นทำนี่หรือเรียกร้องอะไรจากเขา แม้จะมากหรือน้อย แต่เธอจะต้องยอมควงกับเขายอมรับนัดเขา และที่สำคัญต้องยอมเป็นแฟนเขาด้วย แต่ถ้าเขาไม่ได้สิ่งที่ว่านี้ตอบแทนแล้วละก็อย่าหวังไปเลยว่าเขาจะยอมทำตาม ที่คุณขอแต่โดยดี 

      หนุ่มราศีธนู เกิดระหว่าง 23 พฤศจิกายน-21 ธันวาคม 

        หนุ่ม ราศีธนูเป็นคนตรงไปตรงมาโผงผาง ทำอะไรจะไม่มีการอ้อมค้อมให้เสียเวลาและพลังงาน แล้วอย่างเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองของคุณเธอก็เหมือนกัน ถ้าให้ได้ก็บอกว่าได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้ตรง ๆ เลยแหละ เข้าใจกันง่าย ๆ ไม่ต้องมากเรื่องมากความ แต่บางคนเขาก็เบื่อว่ามันง่ายจนเกินไป น่าเบื่อแต่ก็ดีนะ ดีกว่าต้องมานั่งอ่านใจกันยาก ๆ แถมยังอาจทำให้เข้าใจผิดๆถูก ๆ


หนุ่มๆ ราศีไหน ที่จะทนอารมณ์ เหวี่ยง ของคุณสาวๆ แบบต่างได้ ลองดูนะ
ที่มา: ขอขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ด้วยครับ
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ (Find me on)
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email