เรื่องแปลก ใหม่ น่าสนใจ ข่าวสาร บันเทิง สนุก เซ็กซี่ sexy ที่คุณ อยากรู้ ที่นี่ครับ ^^

SAMAZshop

Translate

ไหว้พระ เที่ยววัด ดูนก สัมผัสวิถี ของดีเมือง "ชัยนาท"

เจดีย์วัดเขาพลอง

       ถึงแม้ว่าสภาพอากาศในช่วงนี้จะแปรปรวน พอๆกับสถานการณ์ทางการเมืองของเรา ในหนึ่งวันมีทั้งอากาศร้อน หนาวและฝนตก แต่เราก็ไม่หวั่นที่จะเก็บกระเป๋าออกเดินทาง เพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิต อย่างกับทริปนี้ที่“ตะลอนเที่ยว”เดินทางมายัง “ชัยนาท” จังหวัดที่ถูกมองเป็นเมืองผ่าน แต่หารู้หรือไม่ว่า ชัยนาทนั้นมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย
     
      สำหรับสถานที่แรก เราเริ่มต้นเปิดประเดิมทริปอย่างเป็นสิริมงคลด้วยการเดินทางไปที่ “วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดเขาพลอง” วัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ซึ่งนอกจาก “หลวงพ่อชื้น” ที่เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในหมู่ชาวบ้าน ตลอดจนเซียนพระต่างๆแล้ว ด้านบนของวัดนั้นยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์สีทองอร่าม ด้านในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และจากบริเวณนี้เองเรายังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองชัยนาทได้แบบ 360 องศา

พระพุทธอริยธัมโม

       บริเวณเชิงเขาของวัดนั้นเป็นที่ตั้งของ “พระพุทธอริยธัมโม” พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีความสูง 8 วา 3 ศอก 1 นิ้ว รวมฐานสูง 9 วา 3 ศอก 6 นิ้ว หน้าตักกว้าง 6 วา 1 ศอก 8 นิ้ว ศิลปะแบบสุโขทัย ซึ่งหลวงพ่อชื้นท่านได้รวบรวมปัจจัยจากผู้ศรัทธาโดยใช้เวลาสร้างนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันไม่ว่าใครที่ผ่านไปมาแถวนี้ก็จะเห็นกับความงามขององค์พระขนาดใหญ่ เด่นเป็นสง่าอยู่อย่างจัดเจน

นกยูงสีสันสดใส ในสวนนก

       ไม่ไกลจากวัดเขาพลองเป็นที่ตั้งของ “สวนนกชัยนาท” สถานทีท่องเที่ยวและให้ความรูด้านสัตว์และธรรมชาติ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมที่จะมากันแบบเป็นครอบครัว มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจ ซึ่งขึ้นชื่อว่าสวนนก แน่นอนว่าต้องเป็นแหล่งที่รวบรวมพันธุ์นกหลากหลาย ทั้งที่มีอยู่ในประเทศไทยเองและที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ ได้มากขึ้น ปัจจุบันทางสวนนกชัยนาทได้มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมองค์ประกอบภายในตลอดมาจนมีพื้นที่ราว 248 ไร่

อาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

       นอกจากกรงนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่เราสามารถใกล้ชิดกับนกนาๆ พันธุ์แล้ว ยังมีอาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาฯ ซึ่งเป็นที่รวบรวมปลาหลายสายพันธุ์ที่สามารถพบได้ในแม่น้ำเจ้าพระยา หรือว่าจะเป็นทางด้านศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลองซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเยาวชนตลอดจนผู้ที่สนใจ ภายในมีห้องวีดีทัศน์ดูดาว ซึ่งจะคล้ายๆ กับที่ท้องฟ้าจำลองในกรุงเทพฯ และข้างๆ กันนั้นเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไข่นก ซึ่งรวบรวมเอาไข่นกนานาชนิด และไข่นกซึ่งนำมาประยุกต์เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มาจัดแสดงไว้
     
      อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าสวยงามและน่าสนใจมากๆในสวนนกชัยนาท ก็คือ นกฟางหรือหุ่นฟางนก สัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของชัยนาท ที่มีการสร้างนกฟางอย่างเนี๊ยบหลากหลายชนิด(ตัวโต)สีสันสวยงามเหมือนจริงไว้ตามจุดต่างๆให้นักท่องเที่ยวมายืนเคียงคู่ถ่ายรูปโดยไม่ต้องกลัวว่านกฟางจะบินหนีเราไป

พระปรางค์ทรงกลีบมะเฟือง

       เดินชมนกจริง นกฟางอยู่ในสวนนกเพลินๆกินเวลามาหลายชั่วโมง จากนั้นเรามุ่งตรงมายัง “วัดมหาธาตุ” เดิมนั้นชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดหัวเมือง” หรือ “วัดมิ่งเมือง” โดยที่วัดนี้ป็นที่ตั้งของโบราณสถานเก่าแก่อันน่าสนใจหลายอย่าง แต่ที่เป็นไฮไลท์คือพระปรางค์ทรงกลีบมะเฟือง เป็นศิลปะแบบลพบุรี ซึ่งมีถึง 3 แบบ 3 องค์ หาชมได้ยาก นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปเก่ามากมาย ทั้งที่เป็นศิลปะแบบลพบุรีเองและแบบอยุธยา
     
      ต่อมาเราเดินทางมายัง “วัดพระแก้ว” เพื่อมาชมเจดีย์ทรงสูง ศิลปะแบบละโว้ สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 มีอายุประมาณ 600-700 ปี แต่ยังคงความสวยงามและความสมบูรณ์มาถึงปัจจุบัน จนหลายคนบอกกันปากต่อปากว่าเป็นเจดีย์ที่สวยที่สุดในเอเชียเลยทีเดียว

หลวงพ่อฉาย

       ส่วนด้านหน้าของเจดีย์นี้เป็นที่ตั้งของ Unseen ในจังหวัดชัยนาท นั่นก็คือ “หลวงพ่อฉาย”พระพุทธรูปซึ่งสร้างขึ้นจากศิลาแลง แต่ที่มีความไม่เหมือนใครตรงที่เรียกได้ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ เดียวในประเทศไทยที่มีทับหลัง แกะสลักเป็นรูปช้างเอราวัณ และพระศิวะ ศิลปะคล้ายกับทางเขมร โดยสันนิษฐานว่าทับหลังนี้อาจจะปนมากับศิลาแลงที่เรานำเข้ามาสร้างเป็นพระพุทธรูป ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรือตั้งใจ นับว่าเป็นของเก่าแก่ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน

หุ่นฟางนก ของดีคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท

       สำหรับของดีคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทอีกอย่างที่คนทั่วไปรู้จักกันดีนั่นก็คือ “หุ่นฟางนก” ที่นอกจะมีให้ชมจำนวนมากในสวนนกชัยนาทแล้ว ทุกๆปีทางจังหวัดชัยนาทยังมีการจัดงานประจำปีมหกรรมหุ่นฟางนกกันอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งจัดผ่านพ้นไปในไม่กี่วันมานี้
     
      หุ่นฟางนกทำจากจากฝีมืออันปราณีตของชาวบ้าน ซึ่งน้อยคนที่จะรู้ว่า ปัจจุบันงานฝีมือชนิดนี้ การันตีด้วยการส่งขายต่างประเทศ ที่มีกำลังซื้อเข้ามาอย่างไม่ขายสาย เรียกกันว่าทำส่งขายกันไม่ทันเลยทีเดียว
     
      เดิมทีการทำหุ่นจากฟางข้าวนั้นเราจะคุ้นเคยกันกับหุ่นไล่กาเสียมากกว่า ซึ่งชาวชัยนาทเองก็ได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนารูปแบบ จนมาลงตัวที่หุ่นฟางนก อย่างทุกวันนี้ นอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างจากการทำไร่ทำนาให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้อย่างฟาง มาทำให้เกิดมูลค่าสร้างรายได้ในชุมชน แต่วิธีการทำนั้นก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องมีการศึกษาและสังเกตุโครงสร้างของนกแต่ละชนิดให้ละเอียดก่อน และค่อยๆ บรรจงทำแต่ละส่วนตั้งแต่ตัว หัว ปีก ซึ่งกว่าจะเสร็จ 1 ตัว ก็ใช้เวลาไปถึง 1 สัปดาห์ แต่ราคาก็คุ้มค่ากับการลงแรง

ทำบุญห่มผ้าพระธาตุ

       นอกจากมหกรรมหุ่นฟางนกแล้ว ในชัยนาทยังมีประเพณีที่น่าสนใจอย่าง“การห่มผ้าพระธาตุ” โดยสถานที่ที่เราไปร่วมทำบุญห่มผ้าพระธาตุนั้นก็คือที่ “วัดพระบรมธาตุวรวิหาร” ที่มีองค์พระธาตุเจดีย์สวยเด่น
     
      สำหรับการห่มผ้าพระธาตุนี้ พุทธศาสนิกชนต่างเชื่อกันว่าผู้ร่วมกระทำจะได้บุญมาก และเป็นสิริมงคลกับชีวิตสูงสุด จึงสืบสานมาเป็นประเพณีที่มีในหลายจังหวัด แต่ถ้าขึ้นชื่อที่สุดก็ต้องยกให้ประเพณี แห่ผ้าขึ้นธาตุ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี

ยามเย็นริมเจ้าพระยา เส้นเลือดหลักแห่งเมืองชัยนาท

       ด้วยความที่เมืองชัยนาทเองอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เราจึงเปลี่ยนวิถีการเที่ยวจากรถมาลงเรือ เพื่อย้อนอดีตไปยังสมัยก่อน ที่การคมนาคมทางน้ำเป็นอะไรที่สะดวกสบาย และนอกจากนั้นวัดสำคัญๆ ของชัยนาทส่วนใหญ่ก็จะติดริมแม่น้ำ รวมถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งใครมาชัยนาทและไม่ได้มากราบไหว้หลวงปู่ศุขที่วัดนี้ก็ถือว่ายังมาไม่ถึง
     
      ขณะที่นั่งเรือชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำอยู่นั้นเองก็ปรากฏกลุ่มก้อนสีดำ ลอยตัวอยู่ด้านหน้าเรือ ซึ่งเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งบอกว่าอาจเป็นกลุ่มของผึ้งขนาดใหญ่ที่กำลังอพยพ แต่นาทีที่เรือของเราค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหา ปรากฏว่าเป็น
     
      กลุ่มของตัวต่อหัวเสือ ขนาดใหญ่ หลายร้อยตัว คนในเรือต่างหาที่หลบกันโกลาหล แต่น่าอัศจรรย์ที่กลุ่มตัวต่อนั้นไม่เข้ามาในเรือแม้แต่ตัวเดียว แต่กลับบินแหวกทางให้เรือผ่านไปได้ และหายไปอย่างไร้ร่องรอย สร้างความฉงนสงสัยให้กับเพื่อนร่วมทริปว่า แม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีความกว้างใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดจึงมีกลุ่มตัวต่อหลายร้อยตัวบินอยู่กลางแม่น้ำ

ภาพเขียนในพระอุโบสถ

       อาจเป็นเรื่องบังเอิญแต่ก็ทำให้เราอดคิดถึงเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของ “หลวงปู่ศุข” ไม่ได้ ที่ตามตำนานเล่ากันว่า ท่านมีอาคมที่สามารถเสกใบมะขามให้กลายเป็นตัวต่อ แตน ได้ ซึ่งพอนึกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็พาให้หลายคนรู้สึกขนลุกไปตามๆกัน
     
      ปัจจุบันวัดปากคลองมะขามเฒ่านั้นคราคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนกันมากราบไหว้สักการะ เช่าบูชาวัตถุมงคลต่างๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งภายในวัดก็คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ศุข ซึ่งร่วมกับข้าราชบริพาร เขียนไว้ในพระอุโบสถ เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติต่างๆ ที่สอดแทรกความเป็นตัวของท่านเอง เฉกเช่นศิลปินคนหนึ่งลงไป ซึ่งมีความสวยงามและแปลกตา ไม่เหมือนใคร

ฝูงนกบินกลับรังที่เกาะเมืองท้าวอู่ทอง

       สถานที่เที่ยวเกี่ยวกับน้ำอีกแห่งหนึ่งในชัยนาทที่น่าสนใจมากก็คือ “บึงกระจับใหญ่” ที่มี“เกาะเมืองท้าวอู่ทอง” เกาะกลางน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางบึง
     
      บึงกระจับใหญ่ ในช่วงนี้ถือเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญของชัยนาท เพราะเป็นฤดูที่นกเป็ดน้ำและนกในตระกูลนกปากห่างตลอดจนนกประจำถิ่นต่างๆ อพยพมาอาศัยอยู่นับพันตัว ซึ่งการได้นั่งเรือชมฝูงนกยามเย็นนั้น เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ต้องลองมาสัมผัสสักครั้งหนึ่ง ลูกนกเป็ดน้ำตัวน้อยค่อยๆ บินถลาลงสู่น้ำ นั้นเป็นภาพที่น่ารักอย่าบอกใคร ก่อนที่ท้ายสุดพระอาทิตย์ดวงโตจะค่อยๆลาลับจากขอบฟ้าไป ทิ้งภาพเมืองชัยนาทไว้ในความทรงจำ
     
      และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่น่าสนใจในชัยนาท จังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ซึ่งหากใครมีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยว ก็จะพบว่าชัยนาทนั้นมีความน่าสนใจมากกว่าที่คิดจริงๆ

ตะลึง! รัสเซียออกแบบโรงแรมลอยน้ำ รับมือภัยพิบัติโลก

ตะลึง! รัสเซียออกแบบโรงแรมลอยน้ำ รับมือภัยพิบัติโลก
ใครว่า ปี 2012 จะเป็นเรื่องไกลตัวเรา ตอนนี้คิดว่าไม่ใช่แล้ว
ล่าสุดทางรัสเชียได้ว่าจ้าง บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่ง
เพื่อรวมมือกับสหภาพสถาปนิกระหว่างประเทศ 
ออกแบบโรงแรมลอยน้ำชื่อ "อาร์ก โฮเท็ล (Ark Hotel)" 
เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยกรณีเกิดน้ำท่วม หรือน้ำทะเลเพิ่มขึ้นสูง
Remistudio บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมสัญชาติรัสเซีย
ได้เปิดเผยแบบสถาปัตยกรรม โรงแรมลอยน้ำ
หนึ่งในโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อรับมือภัยพิบัตินานาชาติ
โดยโรงแรมลอยน้ำนี้ มีรูปทรงกลมรี คล้ายกับหอย  
ซึ่งบริษัทออกแบบ ระบุว่า ส่วนโค้งและสายเคเบิลในอาคารที่ออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายหอยนั้น ทำให้น้ำหนักทุกส่วนถูกแบ่งเท่าๆ กัน
จึงไม่เป็นอันตรายแม้จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง (แรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น)
ภายใน อาร์ก โฮเท็ล มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ส่วนเรื่องกระแสไฟฟ้านั้น ก็มาจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนและรอบ ๆ โรงแรม อีกทั้งบรรยากาศภายในยังมีต้นไม้ สนามหญ้า จำลองสภาพแวดล้อม ธรรมชาติแบบย่อม ๆ
อยู่ในนั้น โดยโรงแรมแห่งนี้จะสร้างขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ระดับน้ำทะเลเพิ่มระดับสูงขึ้น และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
และนอกจากนี้ ยังใช้ในการปกป้องต้นไม้และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ
จากการคุกคามของมนุษย์อีกด้วย
ทั้งนี้นอก จากโรงแรมจะลอยน้ำได้แล้ว กรณีที่ยังไม่เกิดภัยพิบัติ
โรงแรมแห่งนี้ก็สามารถตั้งอยู่บนพื้นดินได้ตามปกติ
และมันน่าสนใจตรงที่มีบรรยากาศดี
รายล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวมากมาย
แขกสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด
และไม่ต้องกลัวเรื่องอันตรายจากภัยพิบัติเลย
อ่านข่าวนี้แล้ว ทำให้หลายคนเริ่มคล้อยตามคำทำนายเรื่อง 2012 กันบ้างหรือป่าวเอ่ย...แต่ที่แน่ ๆ อีกไม่นานเรา ๆ ท่าน ๆ อาจจะได้เห็น 
"เรือโนอาห์" ของปี 2012 กัน

ฝนกระหน่ำกรุงปักกิ่ง กลายเป็นเมืองทะเลสาบ

FLOOD in Peking/China... ฝนกระหน่ำกรุงปักกิ่ง กลายเป็นเมืองทะเลสาบ

พายุฝนถล่มกรุงปักกิ่ง และหลายพื้นที่ในจีน ระดับน้ำท่วมสูง ส่งผลจราจรกลายเป็นอัมพาต-
รถไฟใต้ดินชะงัก-เที่ยวบินถูกยกเลิก       น้ำท่วมไหลลงไปในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน นี่สิ น่ากลัวแถมเอาเด็กเล็กๆลงไปด้วย   เพราะมีทั้งน้ำและกระแสร์ไฟฟ้าแรงสูง


"กฎการใช้ชื่อจริง" มิติใหม่ที่โลกออนไลน์ โดย "Google+"




         หลังชาวออนไลน์แห่ทดลองใช้ "Google+" หรือกูเกิลพลัสเกิน 20 ล้านคนในเวลา 3 สัปดาห์แรกที่ทดสอบบริการ ล่าสุดกูเกิลกำลังได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักเพราะนโยบายที่กำหนดให้ผู้ใช้กูเกิลพลัสต้องลงทะเบียนใช้งานด้วยชื่อจริงเท่านั้น ทำให้ผู้บริโภคบางรายไม่เห็นด้วยและต่อต้านการ"ระงับ"การใช้งานบางส่วนของชื่อบัญชีผิดระเบียบที่กูเกิลเริ่มลงดาบแล้วในขณะนี้ แม้กูเกิลจะยืนยันชัดเจนว่าชื่อจริงนั้นจำเป็นต่อบริการกูเกิลพลัส เพราะจะทำให้กูเกิลพลัสเป็นดินแดนสีขาวที่ปลอดข้อความขยะ(สแปม)และประวัติปลอม 
        
       เป็นเรื่องปกติของชาวออนไลน์ที่มักจะเลือกใช้ชื่อเล่น นามแฝง หรือฉายาแทนชื่อจริงในการลงทะเบียนใช้งานบริการออนไลน์ แต่กูเกิลก็ประกาศนโยบายการตั้งชื่อผู้ใช้บริการกูเกิลพลัสอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ลงชื่อใช้งานด้วยชื่อ-นามสกุลจริง ไม่ใช่นามแฝงหรือชื่อที่ไม่ใช่บุคคล เช่น ชื่อทางการค้า หรือฉายา ความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้และกูเกิลจึงเกิดขึ้นเมื่อมีรายงานว่าผู้ที่เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นนามแฝงซึ่งมีอักขระที่ไม่ธรรมดาอย่างเครื่องหมาย % หรือคำว่า god (แปลว่าพระเจ้า) นั้นถูกกูเกิลสั่ง"แบน" หรือถูกระงับไม่ให้สามารถโพสต์ข้อความและเปิดเข้าสู่หน้าประวัติ (Profile) เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจและมองว่ากูเกิลทำเกินกว่าเหตุ 
        
        ***โต้ชาวเน็ตโวย"โดนแบน" 
        
       ทั้งหมดนี้ เบรดเลย์ โฮโรวิตซ์ (Bradley Horowitz) รองประธานกูเกิล ชี้แจงว่ากูเกิลจำเป็นต้องยึดกฎการตั้งชื่อตามเกณฑ์ Your name and Google Profiles ซึ่งกูเกิลประกาศไว้เป็นข้อตกลงกับผู้ทดสอบบริการกูเกิลพลัสทุกคน หลังจากตรวจพบผู้ใช้ที่มีเจตนาหลบเลี่ยงนโยบายเรื่องการตั้งชื่อนี้ กูเกิลจึงตัดสินใจดำเนินการเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น 
        
       อย่างไรก็ตาม โฮโรวิตซ์ยอมรับว่าการลงดาบ"แบน"ผู้ใช้ที่มีชื่อผิดระเบียบโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้านั้นเป็นการกระทำที่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้ จึงตัดสินใจปรับปรุงกฏการตั้งชื่อโดยนับแต่นี้ กูเกิลจะส่งคำเตือนแก่ผู้ใช้ที่ทำผิดกฎและจะให้โอกาสเปลี่ยนชื่อ ยกเว้นกรณีที่ระบบของกูเกิลสามารถตรวจจับได้ว่าเป็นผู้ใช้ที่เข้าข่ายสแปมหรือมีการใช้งานในทางที่ผิด กูเกิลจะดำเนินการระงับบริการทันที 
        
       ในเกณฑ์ Your name and Google Profiles นั้นมีเนื้อหาหลักอยู่ 4 ส่วน 1 คือชื่อจะต้องเป็นภาษาเดียวกันทั้งชื่อและนามสกุล โดยไม่อนุญาตให้ใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น Dr. (ดร.) หรือ Prof. (ศ.) หากผู้ใช้ถูกเรียกด้วยชื่อหลายชื่อจะต้องเลือกเพียงชื่อเดียว แล้วใส่ชื่ออื่นในช่อง "ชื่ออื่น (Other Names)" ทั้งหมดนี้กูเกิลระบุว่าจะช่วยให้การค้นหาผู้ใช้ในกูเกิลพลัสทำได้ง่ายขึ้น 
        
        2. ไม่ใส่อักขระพิเศษในชื่อและนามสกุล เมื่อมีการสร้างประวัติในกูเกิลพลัส ระบบของกูเกิลจะตรวจสอบชื่อเพื่อหาอักขระที่ไม่ถูกใช้เป็นชื่อในโลกแห่งความจริง เช่นตัวเลข เครื่องหมาย รวมถึงเครื่องหมายวรรคตอนก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นชื่อได้ 3. ประวัติและชื่อจะต้องใช้แทนตัว 1 บุคคลเท่านั้น กูเกิลระบุว่าระบบประวัติในกูเกิลพลัสยังไม่รองรับการสร้างชื่อบัญชีของกลุ่มบุคคล หรือคู่สามีภรรยา ข้อนี้ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้างประวัติสำหรับองค์กรธุรกิจ และสัตว์เลี้ยง แต่กูเกิลเปิดช่องว่า อาจจะอนุโลมให้ในบางกรณี 
        
        4. ห้ามใช้ชื่อบุคคลอื่น ข้อนี้กูเกิลเน้นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญโดยระบุว่าการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นจะทำให้ประวัตินั้นถูกลบทิ้ง โดยหากใครสงสัยว่าถูกสวมรอย ให้ไปที่ประวัติของบุคคลนิรนามรายนั้นแล้วคลิกที่ "Report this person" 
        
        ***ชื่อเล่นได้แต่ต้องมีชื่อจริง 
        
        ข้อกำหนดของกูเกิลพลัสทำให้ผู้ที่ต้องการใช้ชื่อเล่นหรือฉายาเฉพาะกลุ่ม จะต้องระบุชื่อดังกล่าวลงในช่อง Other Names แทน โดยยังคงต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริงในการลงทะเบียน จุดนี้โฮโรวิตซ์ยืนยันว่าการค้นหาบุคคลในกูเกิลพลัสจะสามารถตรวจสอบได้ครอบคลุมข้อมูล Other Names ที่ผู้ใช้สามารถใส่ได้หลายชื่อด้วย ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการค้นหามากกว่าเครือข่ายสังคมอื่นๆ 
        
       นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูลการทำงาน (Employment) อาชีพ (Occupation) และการศึกษา (Education) เพื่อระบุข้อมูลตัวตนที่ชัดเจนบนกูเกิลพลัส ทั้งหมดนี้กูเกิลระบุว่าเป็นความจำเป็นเพื่อให้ได้มาตรฐานชุมชนกูเกิลพลัส ซึ่งจะเป็นชุนชนที่ไม่มีการล่อลวงและมีคุณภาพกว่าชุมชนออนไลน์ที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ โดยกูเกิลจะปรับปรุงกระบวนการลงทะเบียนใช้บริการเพื่อให้ผู้ใช้ไม่พบปัญหาถูกระงับบริการเพราะชื่อไม่ตรงตามเกณฑ์ในอนาคต 
        
       โฮโรวิตซ์ยืนยันว่า การระงับบริการที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบบริการเท่านั้น แปลว่า กูเกิลอาจไม่ยึดเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อเปิดให้บริการกูเกิลพลัสจริงก็ได้หากพบว่าการใช้ชื่อจริงนั้นมีส่วนเสียมากกว่าดี โดยการระงับจะไม่มีผลต่อชื่อบัญชี Google Account สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆของกูเกิล ทั้งจีเมล หรือกูเกิลด็อคส์ ซึ่งยังมีความเข้าใจผิดในรายงานข่าวหลายฉบับก่อนหน้านี้ 
        
        "กฎการใช้ชื่อจริง"ในการลงทะเบียนกูเกิลพลัสของกูเกิลถือเป็นมิติใหม่ที่โลกออนไลน์ทุกคนจับตามอง ว่ากูเกิลกำลังทดลองอะไรเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แก่ชุมชนออนไลน์ในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวโลกออนไลน์มีความฝังใจว่าควรปกปิดตัวตนบนโลกออนไลน์ กระทั่งเครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ทำให้กระแสการใช้ชื่อจริงบนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปตามสมัครใจ และไม่มีกฏบังคับชัดเจนอย่างกูเกิลพลัส ซึ่งผลสุดท้าย กูเกิลพลัสจะสามารถเป็นสังคมใสสะอาดที่ไม่มีการหลอกลวงได้อย่างที่กูเกิลหวังไว้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อไป 

“เปาวลี พรพิมล” น้องเปา สาวตาคมวัย 18 ปี ผู้รับบท "พุ่มพวง"

ชื่อ ในวงการ เปาวลี พรพิมล
ชื่อจริง พรพิมล เฟื่องฟุ้ง
ชื่อเล่น เปา
วันเกิด พฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2535
การศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์ สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี1
ความฝัน นักร้องลูกทุ่ง
เวทีการประกวด 
1.งานโอท็อป อ. ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี ได้รับรางวัลที่ 2 (เวทีแรกที่เข้าประกวด)
2.งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ. สุพรรณบุรี
3.รางวัลที่ 1 รายการ ชิงช้าสวรรค์ ช่วง เสียงดีมีค่าเทอม
4.เข้ารอบสัปดาห์ รายการชุมทางเสียงทอง
5.เข้าชิงรอบสัปดาห์ ในการชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จ พระเทพฯ ช่อง 11
6.ได้รับรางวัล แชมป์ ออฟ เดอะ เยียร์ ในรายการ คว้าไมค์ คว้าแชมป์ ทางช่องแฟนทีวี



สาว หน้าตาคมเข้ม วัย 18 ปี “เปาวลี พรพิมล” สาวจากเมือง สุพรรณบุรีที่หลงใหลการร้องเพลงมาตั้งแต่วัย 5 ขวบ ขณะนี้เธอกำลังก้าวเข้ามาสู่วงการเพลงลูกทุ่ง รับบทเป็นราชินีลูกทุ่งและเป็นดวงใจของคอเพลงลูกทุ่งและชาวไทยทุกคน ก่อน หน้านี้ เปิดตัวด้วยการ แต่งชุดลายเสือเรียกเสียงฮือฮาที่มารับบท “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ใน ภาพยนตร์เรื่อง  “พุ่มพวง”

โดยล่าสุดน้อง เปาคว้ารางวัล ชนะเลิศ คว้าแชมป์ออฟเดอะเยียร์ จากคว้าไมค์คว้าแชมป์ ช่องแฟนทีวี จนเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า สาวน้อยเลือดสุพรรณบุรี ที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องลูกทุ่ง จนวันนี้เมื่อเธอได้มีโอกาส และถูกรับเลือกแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิต กับบทบาท “ราชินีเพลงลูกทุ่ง”ประกบคู่กับพระเอกคุณภาพ “ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ”รับบทเป็น “ธีรพล”ทำให้น้องเปาทั้งดีใจ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ในการได้ร่วมงานด้านภาพยนตร์ กับทีมงานคุณภาพในครั้งนี้


“พุ่มพวง”ภาพยนตร์ แห่ง น้ำตาหยดแรก บทเพลงแห่งแรก และความรักครั้งแรก ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและการกลับมาของราชินี ลูกทุ่งผู้โด่งดังโดย เปาวลี พรพิมล และ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ผลงานกำกับโดย บัณฑิต ทองดี พร้อมสร้างความประทับใจ 


Thank:: rakdara,paoclub,สหมงคลฟิลม์ 
ติดตาม เรื่องแปลก ใหม่ ตลก สนุก เซ็กซี่ sexy น่าสนใจอื่น ๆ หรือแวะมาทักทายกัน ได้ที่
www.facebook.com/somphon http://gplus.to/somphon www.twitter.com/samaphon www.facebook.com/somphon.me http://samaphon.blogspot.com/

          ขอขอบคุณที่มา : email